จริงหรือไม่”รันนิ่ง เบลด”ใช้ขาเทียมแข่งขันกรีฑาได้อย่างคล่องตัว

จริงหรือไม่"รันนิ่ง เบลด"ใช้ขาเทียมแข่งขันกรีฑาได้อย่างคล่องตัว

จริงหรือไม่”รันนิ่ง เบลด”ใช้ขาเทียมแข่งขันกรีฑาได้อย่างคล่องตัว

 

จริงหรือไม่"รันนิ่ง เบลด"ใช้ขาเทียมแข่งขันกรีฑาได้อย่างคล่องตัว

 

จริงหรือไม่”รันนิ่ง เบลด”ใช้ขาเทียมแข่งขันกรีฑาได้อย่างคล่องตัว

 

นอกจากจะทำให้  นักกีฬาเคลื่อนไหว  ได้ อย่างคล่องตัวมากขึ้น แล้ว ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ให้ แก่นักกีฬา โดยเฉพาะในเรื่องของความเร็ว เป็นความจริงที่การใช้ขาเทียมเช่นนี้ ทำให้นักกีฬามีความสะดวก และ คล่องตัวมากขึ้น แต่บางครั้งก็อาจจะดีเกินไป จนทำให้ หลายคนมองข้าม ความสามารถของตัวนักกีฬาไป

อุปกรณ์ที่ตกเป็นประเด็นสำหรับการถกเถียง ที่ สำคัญที่สุดได้แก่ เทคโนโลยีขาเทียมสำหรับนักกีฬาประเภทลู่ และ ลาน ที่ชื่อว่า “The Flex-Foot” หรือ มีชื่อเล่นว่า Running Blade เพราะมีลักษณะเหมือนใบมีด และ ถูกนำมาใช้บ่อยครั้งในการแข่งขันพาราลิมปิก

อุปกรณ์ดังกล่าวถูกพัฒนาขึ้น โดยบริษัทหลายเจ้า และ มีการนำมาใช้กันอย่างจริงจัง ถึงขนาดที่ในหมู่บ้านนักกีฬาในโตเกียว มีศูนย์ซ่อมบำรุง ขาเทียม เพื่อคอยดูแล ปรับปรุง ให้ อุปกรณ์มีความพร้อมอยู่ตลอดเวลา การนำอุปกรณ์ ดังกล่าว มาใช้ใน การแข่งขัน นำไปสู่คำถามที่น่าสนใจว่า แท้จริงแล้วการใช้ขาเทียม ประเภทนี้ ทำให้การแข่งขันยุติธรรม หรือไม่ ชัยชนะที่นักกีฬาได้รับ เป็นผลผลิตของความมุมานะ หรือ ความล้ำสมัยทางเทคโนโลยีกันแน่

รันนิ่ง เบลด ถูกคิดค้นขึ้นโดย วาน ฟิลลิปส์ (Van Phillips) นักประดิษฐ์ผู้พิการชาวอเมริกัน ที่ประสบอุบัติเหตุจากการเล่นสกีน้ำ เขาเสียขาไปจากการโดนเรือยนต์ชน และ ต้องเฉือนขาซ้ายของเขาออกตั้งแต่เข่าลงไป ในปี 1976 ด้วยวัยเพียง 21 ปีเท่านั้น

ยังคงโหยหาชีวิตแบบสปอร์ตไลฟ์สไตล์ เขาตัดสินใจเข้าศึกษาต่อ ใน โรงเรียนกายอุปกรณ์ ที่เป็นสาขาวิชาแยกย่อย ใน มหาวิทยาลัยนอร์ธเวสเทิร์น ในเมือง ชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ เขาเลือกที่จะไม่ออกแบบอวัยวะเทียม แบบจำลอง โครงสร้างขามนุษย์ ในทางกลับกัน เขาเลือกที่จะรื้อดีไซน์ขาเทียม ใหม่ทั้งหมด เพราะเขามองว่าขาเทียม ที่มีอยู่ ณ ตอนนั้น ทั้งใส่ไม่สบาย และ มีความเทอะทะ วานจึงอยากได้อะไร ที่ คล่องตัวมากกว่านั้น

ลักษณะของขาเทียม ที่ เขาสร้างขึ้นมีลักษณะคล้าย กับ ใบมีด ที่ โค้งงอ และ สามารถสปริงตัวได้ โดยได้รับแรงบันดาลใจ ในการสร้างขาเทียมชนิดนี้ มาจากการสังเกตพฤติกรรมสัตว์ อย่างเสือชีตาร์ ​และ จิงโจ้ อีกทั้งยังศึกษากลไกการทำงาน ส่วน ขาของนักกีฬา กระโดดน้ำ และ นักกีฬากระโดดค้ำถ่ออย่างละเอียด เพื่อ ดูว่าการดีดตัว โดยใช้ขาของผู้คนเหล่านี้ ทำงานอย่างไร

หลังจบการศึกษาที่โรงเรียนกายอุปกรณ์ ในปี 1981 วานประกอบอาชีพเป็นวิศวกรออกแบบ อยู่ที่ สถาบันวิศวกรรมชีวเวช ในมหาวิทยาลัยยูทาห์ งานทั่วไปของวานตอนนั้น คือ การดูแลเรื่องของวัสดุ ที่ใช้ กับขาเทียม ไม่ว่าจะเป็นข้อต่อวัสดุพื้นผิว ที่ใช้ ระหว่างนั้นเขาก็ยังคง สร้าง ขาใบมีดของเขา เป็นงานอดิเรกไปด้วย

งานประดิษฐ์ของวานยังคงถูกพัฒนา อย่างต่อเนื่อง ใน ส่วนของวัสดุ วานเลือกใช้คาร์บอนไฟเบอร์ เพราะ มีน้ำหนักเบา เขาได้รับคำแนะนำ และ การช่วยเหลือจาก เพื่อนที่ชื่อ เดล อบลิดสคอฟ (Dale Ablidskov) ที่ เป็น วิศวกร ใน สาขา การบิน และ อวกาศ

ในคืนที่ผมพบกับเดล ผมก็เริ่มร่างแบบขึ้นมาทันที ระยะเวลาผ่านไปประมาณ​ 2-3 สัปดาห์ ก็ได้ลองสร้างขาใหม่ ขึ้น ตามคำ แนะนำ ของเดล และ ติดเข้าไปที่ขาของตัวเอง เพื่อทดสอบโดยการลองวิ่ง ไปตามโถง ทางเดินไปที่ห้องทำงานของเขา

ดังที่กล่าวมาก่อนหน้า ขาเทียมของวาน ได้ แรงบันดาลใจมาก จากการเคลื่อนไหว ของ เสือชีตาร์ เป็นหลัก ที่ เวลาวิ่งขาของเสือ จะสร้างรูปขึ้นมา เหมือนอักษรตัว C และ ส่วนล่างมีลักษณะคล้าย อักษร ตัว L เพราะวานออกแบบมาให้ มีลักษณะ เหมือนกับ ส้นเท้าของคนที่รองรับน้ำหนัก ขาเทียมของวาน จึงถูกออกแบบ ให้สปริงตัว ได้ ผู้ใส่จะสามารถเดิน หรือ กระโดดได้ ทำให้มีความรู้สึกใกล้เคียง กับ การใช้งานขาจริง

 

ผลการแข่งขันที่ได้จากนักกีฬา เป็นผลที่ได้จากตัวนักกีฬาเองหรือจากเทคโนโลยี

 

หากมองอย่างเป็นกลางที่สุด ก็ย่อมเข้าใจได้ว่าที่เจสันไม่เห็นด้วยเป็นเพราะความสามารถสุดเทพ

ของ รันนิ่ง เบลด ที่เราได้ทราบก่อนหน้า แต่เรื่องนี้ไปไกลกว่านั้น การใช้เทคโนโลยีดังกล่าว

ยังมีความเหลื่อมกันในเรื่องของงบประมาณ ใน การลงทุนของแต่ละประเทศ ประเทศที่ร่ำรวย

ย่อมสามารถสนับสนุน นักกีฬาพาราลิมปิกของประเทศตัวเอง ได้ ด้วยเทคโนโลยี ที่ ล้ำสมัย

กว่า ซึ่ง เคลลี่ คาร์ตไรท์ (Kelly Cartwright) นักวิ่ง และ นักกระโดดไกลพาราลิมปิกจาก

ประเทศออสเตรเลีย ที่ สวม รันนิ่ง เบลด ก็เห็นด้วยกับ เรื่องดังกล่าว เมื่อถูกถามถึงขาที่เธอใส่

 

มันมีราคาที่แพงมาก ซึ่งจริง ๆ เราอาจจะใช้ขาอะไรก็ได้ที่ทำให้เราวิ่งได้ก็พอ

 

ปัจจุบัน การใช้อุปกรณ์ดังกล่าว ยังคงได้รับความนิยม อย่าง แพร่หลาย นักวิ่ง กว่า 90% สวมใส่ รันนิ่ง เบลด

ทั้งใน ระหว่างการแข่งขัน และ การฝึกซ้อม โดยอุปกรณ์ของแต่ละคน ก็จะมีความแตกต่างกันออกไป

ทั้งใน เรื่องของขนาด ความยาว หรือวัสดุที่ใช้

 

เป็นการยากหากจะต้องตัดสินว่าการใช้อุปกรณ์เหล่านี้ เป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมหรือไม่ ส่วนที่เหลือเป็นหน้าที่ของแต่ละบุคคล ว่า จะมองเรื่องดังกล่าวจากมุมไหนหรือ จากหลักฐานการศึกษาประเภทใด ที่ สำคัญคือ เราต้องอย่าลืมว่า การแข่งขันพาราลิมปิก เป็น การแข่งขันสำหรับผู้พิการ ไม่มีความจำเป็นใด ที่ จะ ต้องนำ การแข่งพาราลิมปิก ไป เทียบกับโอลิมปิก นำประสิทธิภาพของนักกีฬาผู้พิการ มาเทียบกับ นักกีฬา ที่ร่างกายสมบูรณ์ เพราะถ้าจะมองว่า การใช้อุปกรณ์ ช่วยเป็นเรื่อง ที่ ไม่แฟร์ การนำการแข่งขัน ทั้งสองประเภท มา เปรียบเทียบกัน ก็อาจจะยิ่งไม่แฟร์กว่า อีกหรือไม่

About the Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may also like these

PowerFul By Rufeo