คัมป์นูบาร์เซโลนา

คัมป์นูบาร์เซโลนา

คัมป์นูบาร์เซโลนา

คัมป์นูบาร์เซโลนา

คัมป์นูบาร์เซโลนา

คัมป์นูบาร์เซโลนา Camp Nou เป็นชื่อของสนามฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่แห่งบาร์เซโลน่า ประเทศสเปน จัดเป็นสนามที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปและใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก ด้วยที่นั่งในสนามมีความจุถึง 99,354 ที่นั่ง

ตอนเริ่มต้นสโมสรบาร์เซโลนา เล่นที่สนามกัมเดลาอินดุสเตรีย ซึ่งเป็นเพียงสนามกีฬาเอนกประสงค์ที่หลาย ๆ กีฬามาใช้พื้นที่นี้ร่วมกัน ยังไม่มีสนามสำหรับเล่นฟุตบอลเพียงอย่างเดียว มีความจุของจำนวนผู้ที่สามารถเข้าชมได้เพียงแค่ประมาณ 10,000 คน ต่อมาในปี ค.ศ.1922 มีคนดูเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม เท่า เป็นจำนวน 20,000 คน ทำให้สโมสรบาร์เซโลนามีความคิดที่จะสร้างสนามกีฬาให้ใหญ่กว่าเดิม จึงเกิดสนามกัมเดเลสสกอต์เกิดขึ้น การขยายพื้นที่ในครั้งนี้ทำให้สนามใหม่สามารถจุคนได้ถึง 20,000 คน

สำหรับ fc ฟุตบอลทีมบาร์เซโลน่าหรือบาร์ซ่าที่ติดตามผลงานของทีมอยู่ ตลอดจนแฟนคลับ สาวกที่มี เมสซี่ (Messi) เป็นนักฟุตบอลในดวงใจ คงมีความฝันอยู่ลึกๆ ว่าครั้งหนึ่งในชีวิตอยากเข้าไปชมฟุตบอลและเห็นฝีเท้าของนักฟุตบอลที่เป็นขวัญใจแบบตัวเป็นๆ

แต่ความจริงแล้วการไปเยือนสนามฟุตบอล Camp Nou นั้น ไม่ได้เหมาะกับแฟนบอลเท่านั้น แม้แต่นักท่องเที่ยวทั่วไปก็ยังน่าสนใจอยู่ดี เพราะนี่คือสนามฟุตบอลอันดับ 2 ของโลกที่มีนักฟุตบอลระดับโลกมาโชว์ฝีเท้ากัน และนอกเหนือจะได้เข้าชมฟุตบอลแล้ว การได้ทัวร์พิพิธภัณฑ์ของสโมสรบาร์เซโลน่าที่ตั้งอยู่ใต้สนามแห่งนี้ยังเป็นแรงบันดาลใจที่ดีสำหรับทุกๆ ด้านและแก่ทุกคน

หลังจากสงครามกลางเมืองสเปนจบสิ้นลง ผู้คนอยู่ในช่วงที่ต้องการความบันเทิง เพื่อกลับมาสู่การใช้ชีวิตปกติ ทำให้มีการขยับขยายอัฒจันทร์ฝั่งทิศใต้เพิ่มขึ้นอีกในปี ค.ศ.1946 และในปีค.ศ.1950 ก็ทำการขยายฝั่งทิศใต้อีกครั้ง หลังจากนั้นสนามกัมเดเลสสกอต์สามารถจุคนได้ถึง 60,000 คน คราวนี้สนามคัมป์นูจึงเกิดขึ้นในปี ค.ศ.1954

วางศิลาฤกษ์ก้อนแรก โดยมีผู้ว่า เฟลีเป อาเซโด โกลังกา ทำพิธิโดยอาร์ชบิชอปแห่งบาร์เซโลนา เกรโกเรียว โมเดรโก โดยใช้เวลาสร้างถึง ปี ใช้ค่าก่อสร้างไปทั้งหมดประมาณ 288 ล้านเปเซตา เกินงบประมาณที่ตั้งไว้ถึง 366% ถึงแม้จะเกินงบการก่อสร้าง แต่นักลงทุนมองเห็นโอกาสที่จะทำกำไรได้มากขึ้น และเร็วยิ่งขึ้น

เพราะความสำเร็จในด้านใดด้านหนึ่งมีพลังที่จะสร้างแรงบันดาลใจดีๆ ให้แก่ผู้คน สนาม Camp Nou ที่นักฟุตบอลที่โด่งดังทั้งหลายเคยมาสร้างตำนาน เคยเหยียบย่างเข้าไป ความยิ่งใหญ่ ที่คุณมองได้ 360 องศา

ดูเหมือนความนิยมในการชมฟุตบอลของบาร์เซโลน่าจะมากขึ้นเรื่อย ๆ ธุรกิจที่เกี่ยวกับฟุตบอลก็ขยายเติบโตไปตามความนิยมด้วยตลอดเวลา ความสมบูรณ์ของฟุตบอลไม่ได้มีแต่นักเตะ กับลูกบอล แต่สิ่งที่ทำให้ผู้ที่ชื่นชอบในการดูฟุตบอลชอบดูไปมากขึ้น นั่นคือการดูบอลแบบสด ๆ และการได้ดูบอลจากในสนาม

เป็นที่น่าเสียดายหลังจากต่อเติมเสร็จในครั้งนี้ สนามเลสสกอตส์ก็ไม่สามารถขยับขยายได้อีกเพราะหมดงบประมาณ และจากความสำเร็จในการคว้าชัยชนะในลาลีกาติดต่อกัน ปี ค.ศ.1948-1949 รวมถึง ลัสโซล คูบาลาได้เข้ามาร่วมเซ็นสัญญากับสโมสรบาร์เซโลนา และเขาได้ยิงประตูให้กับสโมสร ในปีค.ศ.1950 196ประตูใน256นัด ยิ่งทำให้ผู้คนหลั่งไหลเข้ามาดูกันมากขึ้น รายได้ที่ได้จากการขายบัตรก็มากขึ้นตามไปด้วย ทำให้สโมสรสามารถวางแผนที่จะสร้างสนามใหม่ได้อีก

การได้เข้าไปถึงห้องแต่งตัวนักกีฬาของทีมเยือน เชื่อว่าสาวกคงจำไม่ลืมกับประสบการณ์แบบนี้ รวมถึงลองเดินผ่านอุโมงค์ที่นักกีฬาต้องผ่านเวลาลงสู่สนาม มันวิเศษ! นอกจากนั้นยังได้ชมห้องสื่อมวลชนที่นักข่าวไปประจำเพื่อเตรียมทำข่าว ห้องที่ใช้สัมภาษณ์

ในพิพิธภัณฑ์ สนามและทีมฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ระดับโลกนี้มีประวัติความเป็นมาอย่างไรถูกบันทึกไว้ นักท่องเที่ยวจะได้ชมภาพนักเตะบาร์ซ่า ถ้วยรางวัล รวมถึงสนาม Camp Nou จำลอง ชมวีดิโอช่วงไฮไลต์ของการแข่งขันนัดสำคัญๆ

ในปี ค.ศ.1980 มีการออกแบบสนามใหม่ เพื่อให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์พิจารณาของยูฟ่า สโมสรได้คิดวิธีหาเงินมาสร้างสนามใหม่โดยการ จะทำการสลักชื่อบนหิน หากผู้ใดทำการบริจาคเงินให้กับสโมสร แนวคิดนี้ทำให้ได้รับการตอบรับที่ดีมาก โดยมีผู้คนมาหลายพันคนให้ร่วมให้กับสนับสนุน

แต่ต่อมากลายเป็นปัญหา เมื่อสื่อข่าวในมาดริด ได้มาเห็นหินก้อนหนึ่งที่สลักชื่อ ประธานของเรอัลมาดริด และผู้สนับสนุนจอมพลฟรังโกชื่อ ซานเตียโก เบร์นาเบว เยสเต ต่อมาในการเตรียมงานสำหรับกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน 1992 ได้มีการเพิ่มที่นั่งอีก แถวบริเวณเหนือแนวหลังคาเดิม ปัจจุบันสนามจุคนได้ถึง 99,354คน แต่ถ้าเป็นในเกมแชมป์เปี้ยนลีก จะลดลงเหลือ96,636 คน 

ดูจากภายนอกเหมือนจะไม่ค่อยใหญ่สักเท่าไร เพราะนี่มันเป็นเพียงแค่ชั้น 2 – 3เท่านั้น ชั้นล่างๆสุดมันจะลงไปอยู่ใต้ดิน เมื่อดูจากภายนอกแล้วจึงดูเหมือนจะไม่ค่อยอลังการณ์สักเท่าไร

สนามคัมป์ นู ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวและบุคคลทั่วไปสามารถเข้าเยี่ยมชมสนามได้ โดยจัดเป็นโปรแกรมทัวร์สนามที่เรียกว่า Camp Nou Experience แต่เราจะต้องทำการซื้อตั๋วก่อนเข้าในราคา 17 ยูโร ทัวร์จะใช้เวลาประมาณ 45 นาที

แต่ทัวร์จะงดในวันที่มีเกมส์แข่งขัน การทัวร์สนามคัมป์นูนั้น ไม่จำเป็นต้องมีไกด์ ไม่ต้องไปเป็นหมู่คณะ สนามจะขึงแค่เชือกกั้นกรวยไว้เป็นทาง นักท่องเที่ยวที่เข้าชมสนามเพียงแต่เดินตามทาง ที่ลูกศรชี้นำ

อีกทั้งภายในสนามคัมป์ นู ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆอีกด้วย เช่นสนามฝึกซ้อมของสโมสร ที่พักอาศัยของนักฟุตบอลเยาวชน และที่พักอาศัยของทีมสำรอง อีกทั้งยังมีสนามฝึกซ้อมกีฬาในร่มถึง แห่ง

แถมยังมีลานเล่นสเก็ตน้ำแข็งของสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนาอีกด้วย สนามคัมป์ นูมีฉายาว่า ชามอ่างยักษ์ เพราะถ้ามองจากเป็นสนามเหย้าของ ทีมฟุตบอลสโมสรบาร์เซโลน่า ซึ่งเป็นทีมที่มีเกียรติประวัติต่างๆ มากมาย และเป็นความภาคภูมิใจของชาวคาตาลุนญ่า สนามแห่งนี้เป็นสปอร์ตคอม เพล็กซ์ขนาดใหญ่ที่มีทีมกีฬาในสังกัดสโมสรบาร์เซโลน่าอยู่หลายขนิด แต่ ที่โด่งดังที่สุดคือทีมฟุตบอลบาร์เซโลน่า

ภายในสนามคัมป์ นู ยังมีโบสถ์ไว้รองรับนักเตะที่ต้องการสวดขอพรจากพระเจ้าอีกด้วย ขอพลังจงสถิตอยู่กับท่าน ใคร ๆ ก็ต้องการพลังที่มากขึ้น คนไทยยังมีบนกับสิ่งศักสิทธิ์ ชาวต่างประเทศก็เชื่อเรื่องนี้ไม่แพ้กัน

เมื่อต้องทำอะไรที่รู้สึกว่าใหญ่เกินกว่าสิ่งที่เคยทำ หรือไม่แน่ใจว่าจะเป็นอย่างไร แต่เราต้องการให้ผลลัพธ์ออกมาดี เมื่อนั้นเราก็ต้องการพลังอีกที่นึง ที่ไม่ใช่แค่พลังของเราเท่านั้นมาช่วยด้วย กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญจริง ๆ 

สัญลักษณ์ในการต่อสู้ทางการเมืองด้วยเช่นกัน และนั่นเป็นที่มาของคำขวัญ  ซึ่งปักอยู่ไม่ใช่เฉพาะบนเสื้อของทีมบาร์เซโลน่าแต่ยังประทับแน่นในMes Que Un Club แปลว่า More than a Club เป็นมากกว่าสโมสร  เป็นคำขวัญประจำสโมสรบาร์เซโลนา ซึ่งคำขวัญนี้มีที่มาที่ไปอย่างลึกซึ้ง

ไม่น่าแปลกใจเลยที่อัฒจันทร์ของสนามจะมีคำขวัญนิ้ติดไว้อยู่  สนามแห่งนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจของชาวคาตาลัน ซึ่งในความรู้สึกแล้วพวกเขานับตัวเองเป็นชาติที่มีเอกราช และฟุตบอลก็เป็นดังเครื่องมือในการแสดงออกถึงความรู้สึกที่เข้มข้นดังกล่าว ทำให้คัมป์ นู และบาร์เซโลน่า คือตัวแทนแห่งความภาคภูมิใจ 

Mes Que Un Club (เป็นมากกว่าสโมสร) ในความยิ่งใหญ่อลังการของคัมป์ นู ทำให้สนามแห่งนี้ถูกใช้เป็นสังเวียนในเวทีสำคัญมาแล้วมากมาย โดยได้จัดนัดชิงชนะเลิศยูโรเปี้ยน คัพ วินเนอร์ส คัพ ในปี 1972 ระหว่าง กลาสโกว์ เรนเจอร์ส พบกับ ดินาโม มอสโกคัมป์ นู ยังถูกใช้เป็นสังเวียนนัดชิงชนะเลิศยูโรเปี้ยน คัพ 

อีกหนึ่งเรื่องราวของวงการฟุตบอลที่น่ายกย่อง เมื่อสโมสร เอฟซี บาร์เซโลนา ยอดทีมจากลาลีกา สเปน ได้ทำการขายสิทธิ์การเปลี่ยนชื่อสนาม ‘คัมป์ นู’ เพื่อที่จะนำเงินไปช่วยเหลือทางด้านการแพทย์เพื่อต่อสู้กับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

โดยรายได้จากสปอนเซอร์ทั้งหมดจะถูกนำไปให้กับมูลนิธิของบาร์เซโลนา (FC Barcelona Foundation) เพื่อนำเงินไปใช้ในการลงทุนในโครงการวิจัยของแคว้นกาตาลุญญา รวมทั้งทางการแพทย์ทั่วโลก

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may also like these

PowerFul By Rufeo