ควีวีน เคลเลเฮอร์

ก้าวที่สองของ ควิวีน

ควีวีน เคลเลเฮอร์

ควีวีน เคลเลเฮอร์

ควีวีน เคลเลเฮอร์

ตอนเด็กเป็นกองหน้ายิงกระจาย  ก่อนแจ้งเกิดพา  ลิเวอร์พูล ชนะ อาแจกซ์ อะไรที่ทำให้ ควิวีน เคลเลเฮอร์ กลายเป็นผู้รักษาประตูอนาคตไกล ไปติดตามกัน

  • ก้าวที่ 1 : มีวันนี้เพราะ “พ่อ” ให้ (มาเล่นผู้รักษาประตู)
  • ก้าวที่ 2 : ได้เหรียญแชมป์ยุโรป แต่ไร้เหรียญแชมป์พรีเมียร์ลีก
  • ก้าวที่ 3 : เปิดศึก “อาเดรียน” ชิงตำแหน่งมือ 2 ของ ลิเวอร์พูล

ก่อนเข้าเรื่อง เรามาทำความเข้าใจกันสักนิดว่า “Caoimhín Kelleher” ชื่อของพระเอกในเรื่องนี้ออกเสียงว่า “ควิวีน (Kwee-Veen) เคลเลเฮอร์” ตามภาษาไอริชซึ่งเป็นสัญชาติของเขา โดย สกาย สปอร์ตส อธิบายว่า ชื่อ “ควิวีน” (Caoimhín) สำหรับชาวไอร์แลนด์ก็เหมือนกับชื่อ “เควิน” (Kevin) ของคนอังกฤษนั่นเอง

คืนวันที่ 1 ธันวาคม ปี 2020 น่าจะเป็นค่ำคืนที่ติดตรึงอยู่ในความทรงจำของ “ควิวีน เคลเลเฮอร์” ไปอีกนาน เมื่อ เยอร์เกน คลอปป์ มอบโอกาสครั้งสำคัญด้วยการเลือกเขาลงเฝ้าเสาแทน อลิสสัน เบคเกอร์ ผู้รักษาประตูมือ 1 ของ ลิเวอร์พูล ที่มีปัญหาบาดเจ็บกล้ามเนื้อแฮมสตริงก่อนเกมยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ 5 เปิดบ้านต้อนรับ อาแจกซ์ อัมสเตอร์ดัม มากกว่าที่จะใช้บริการมือ 2 อย่าง อาเดรียน เหมือนหลายๆ นัดก่อนหน้านี้

แมตช์นั้นถือเป็นหนแรกในชีวิตที่นายทวารหนุ่มชาวไอร์แลนด์ได้สัมผัสกับการแข่งขันฟุตบอลถ้วยรายการใหญ่ที่สุดของทวีปยุโรป และยังเป็นการลงสนามครั้งแรกในฤดูกาล 2020-2021 อีกด้วย อย่างไรก็ดี แม้โอกาสทองครั้งใหญ่จะมาถึงมือแบบไม่ทันตั้งตัว แต่เขากลับไม่มีอาการตื่นสนามให้เห็นแม้แต่น้อย

การเฝ้าเสาเกมที่ 5 ในทีมชุดใหญ่ของ “หงส์แดง” จบลงด้วยชัยชนะเหนือผู้มาเยือนจากเนเธอร์แลนด์ 1-0 ซึ่ง เคลเลเฮอร์ มีส่วนสำคัญในการช่วยทีมไม่เสียประตูเป็นนัดที่ 4 จาก 5 เกมในศึกยูซีแอล รอบแบ่งกลุ่ม ซีซั่นนี้ หลังโชว์ฟอร์มเซฟไปถึง 4 ครั้ง โดยเฉพาะการบินปัดลูกยิงไกลของ นูส์แซร์ มาซราอุย ที่กำลังจะพุ่งเสียบใต้คานในครึ่งแรก และจังหวะผวาปัดลูกโหม่งจ่อๆ ของ คลาส-ยาน ฮุนเตลาร์ ในช่วงท้ายเกม

ความยอดเยี่ยมของจอมหนึบวัย 22 ปี บวกกับประตูชัยของ เคอร์ติส โจนส์ จากการเปิดของ เนโก วิลเลียมส์ 2 ดาวรุ่งวัย 19 ปี ช่วยให้ ลิเวอร์พูล มี 12 คะแนน ทิ้งห่าง อตาลันตา อันดับ 2 ของกลุ่มที่ทำได้แค่เสมอ มิดทิลแลนด์ 1-1 อยู่ 4 คะแนน ในขณะที่เหลือแค่ 1 นัด การันตีเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายในฐานะแชมป์กลุ่มแน่นอนแล้ว

ผลงานดังกล่าวถือเป็นการแจ้งเกิดอย่างงดงามสำหรับผู้รักษาประตูที่ยังไม่เคยผ่านการลงเล่นใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แม้แต่นัดเดียว โดย 4 นัดก่อนหน้านี้ที่ได้ลงเฝ้าเสาก็เป็นแค่เกมฟุตบอลถ้วยในประเทศ

ลีก คัพ 3 นัด
25 กันยายน 2019 – รอบ 3 (เยือน) ชนะ เอ็มเค ดอนส์ 2-0
30 ตุลาคม 2019 – รอบ 4 (เหย้า) เสมอ อาร์เซนอล 5-5 (ดวลจุดโทษชนะ 5-4 สกอร์รวม 10-9)
17 ธันวาคม 2019 – รอบ 5 (เยือน) แพ้ แอสตัน วิลลา 0-5

เอฟเอ คัพ 1 นัด
4 กุมภาพันธ์ 2020 – รอบ 4 นัดรีเพลย์ (เหย้า) ชนะ ชรูว์สบิวรี 1-0

การเก็บคลีนชีตพร้อมพา “หงส์แดง” คว้าชัยตั้งแต่เกมแรกที่ได้เล่นในรายการใหญ่อย่าง ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก จึงเป็นก้าวสำคัญในการเติบโตของ เคลเลเฮอร์ ที่อาจได้รับความไว้วางใจจากกุนซือ เยอร์เกน คลอปป์ ในครั้งต่อๆ ไป แต่เชื่อหรือไม่ว่า “ผู้รักษาประตู” ไม่ใช่ตำแหน่งที่เขาตั้งใจจะเอาดีมาตั้งแต่แรก ในสมัยยังเด็กๆ ที่เพิ่งหัดเล่นฟุตบอล

ก้าวที่ 1 : มีวันนี้เพราะ “พ่อ” ให้ (มาเล่นผู้รักษาประตู)

ที่จริงแล้ว เด็กหนุ่มไอริชเคยเป็นยอดดาวยิงแถวหน้าในการแข่งขันฟุตบอลระดับเยาวชนที่บ้านเกิดของทีม “ริงมาห์น เรนเจอร์ส” โดยมีสถิติการถล่มประตูเฉลี่ยฤดูกาลละ 20-30 ลูก แต่แล้วในช่วงที่เล่นให้กับทีมรุ่นอายุ 14 ปี เขาก็ได้เจอกับหัวเลี้ยวหัวต่อครั้งสำคัญในชีวิต

เอ็ดดี แฮร์ริงตัน อดีตโค้ชของจอมหนึบลิเวอร์พูลในทีมริงมาห์น เรนเจอร์ส เปิดเผยกับ PunditArena สื่อกีฬาชั้นนำของไอร์แลนด์เมื่อปี 2019 ว่า “ตอนนั้นผู้รักษาประตูของเราตัดสินใจเลิกเล่นฟุตบอลด้วยเหตุผลบางอย่าง จากนั้น เรย์ (คุณพ่อของ เคลเลเฮอร์) ก็โทรศัพท์มาหาผมในคืนหนึ่งเพื่อแนะนำว่า ‘คุณเห็นด้วยกับผมไหม ถ้าจะให้ ควิวีน ไปเป็นผู้รักษาประตู’ ”

“วันนั้นผมแปลกใจว่าเขาคิดอะไรอยู่ เพราะตอนแรกผมเองก็เสียดายหากต้องให้ดาวยิงคนสำคัญของเราเปลี่ยนตำแหน่ง แต่พ่อของเขาย้ำนักย้ำหนาว่า ‘ให้โอกาสเขาได้ลองสักหน่อยน่า แล้วเดี๋ยวเรามาดูกัน’ ก่อนที่เราจะส่งเขาลงไปเฝ้าเสาตามคำเรียกร้อง”

“และเพียงแค่เกมแรกที่พบกับ สปริงฟิลด์ แรมเบลอร์ส ในบ้านของเราเอง ควิวีน ก็เจอรับน้องทันทีด้วยการโดนยิงข้ามหัวเข้าประตูไปจากลูกเปิดด้านข้างแบบกึ่งยิงกึ่งผ่าน แต่เขาก็ไม่เสียขวัญก่อนจะค่อยๆ แสดงให้เห็นถึงความฉลาดในการเล่นและยึดตำแหน่งผู้รักษาประตูเรื่อยมา โดยไม่เคยกลับไปเป็นกองหน้าอีกเลย”

จากที่เคยเป็นศูนย์หน้าจอมล่าตาข่ายของ ริงมาห์น เรนเจอร์ส ในศึก “คอร์ก เคนเนดี คัพ” การแข่งขันฟุตบอลนักเรียนที่ยิ่งใหญ่ซึ่งเต็มไปด้วยเหล่าดาวรุ่งฝีเท้าจัดจ้านมารวมตัวกันมากที่สุดของไอร์แลนด์ เพียงแค่ 4 เดือนให้หลัง เคลเลเฮอร์ ก็ย้ายพื้นที่ทำการจากที่เคยจบสกอร์อยู่หน้าปากประตูคู่แข่ง มายืนเป็นปราการด่านสุดท้ายที่หน้าปากประตูของทีมตัวเอง และนั่นคือจุดพลิกผันที่นำไปสู่ก้าวต่อไปในชีวิตนักฟุตบอลอาชีพ

จากที่เคยเป็นศูนย์หน้าจอมล่าตาข่ายของ ริงมาห์น เรนเจอร์ส ในศึก “คอร์ก เคนเนดี คัพ” การแข่งขันฟุตบอลนักเรียนที่ยิ่งใหญ่ซึ่งเต็มไปด้วยเหล่าดาวรุ่งฝีเท้าจัดจ้านมารวมตัวกันมากที่สุดของไอร์แลนด์ เพียงแค่ 4 เดือนให้หลัง เคลเลเฮอร์ ก็ย้ายพื้นที่ทำการจากที่เคยจบสกอร์อยู่หน้าปากประตูคู่แข่ง มายืนเป็นปราการด่านสุดท้ายที่หน้าปากประตูของทีมตัวเอง และนั่นคือจุดพลิกผันที่นำไปสู่ก้าวต่อไปในชีวิตนักฟุตบอลอาชีพ

About the Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may also like these

PowerFul By Rufeo