ก้อง-บิว ต่างคน ต่างเร็ว 2 ดาวรุ่งดวงใหม่ อนาคตไกล

ก้อง-บิว ต่างคน ต่างเร็ว 2 ดาวรุ่งดวงใหม่ อนาคตไกล

สัปดาห์ที่ผ่านมา แฟนๆทั่วประเทศได้เฮดังๆกับ กีฬาจักรยานยนต์ ที่มีนักกีฬาไทยไปสร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญกลับมาพร้อมกันนี้ ก้อง-บิว ยังได้ 2 ดาวรุ่งดวงใหม่ อนาคตไกล เป็นความหวังของทีมกรีฑาไทย เพิ่มมาอีกด้วย

ก้อง-บิว ต่างคน ต่างเร็ว 2 ดาวรุ่งดวงใหม่ อนาคตไกล

“ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ยอดนักบิดไทยจากโครงการฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม ที่ไปผงาดคว้าชัยครั้งแรกในศึก โมโตทู ชิงแชมป์โลก ที่อินโดนีเซีย สร้างสถิติเป็นคนไทยคนแรกที่ได้ยืนโพเดียมสูงสุดในระดับเวิลด์ กรังด์ปรีซ์

ส่วน “บิว” ภูริพล บุญสอน ลมกรดหนุ่มวัยเพียง 16 ปี จากสมุทรปราการ ทำผลงานไว้อย่างน่าทึ่งไม่แพ้กัน เมื่อคว้า 2 เหรียญทองในมหกรรม กีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 47 “ศรีสะเกษเกมส์” ที่ศรีสะเกษ ซึ่งจำนวนเหรียญทองที่ทำได้อาจธรรมดา แต่เรื่องของสถิติที่ออกมาใครเห็นก็ต้องหันขวับ กลับมามองทันที

ตรงนี้เป็นเรื่องของกายภาพและการฝึกฝนล้วนๆ

“ฮอตสปอร์ต” กราวกีฬาไทยรัฐ ใช้โอกาสนี้ ที่ทั้ง 2 คนสร้างปรากฏการณ์ช่วยทำให้ชีพจรกีฬาไทย ที่ไม่ได้คึกคักตลอดเวลา กลับมาตื่นเต้นเร้าใจอีกครั้ง ไปทำความรู้จักทั้งคู่ให้มากขึ้นพร้อมๆกัน

เริ่มจาก “ก้อง” สมเกียรติ นักบิดหนุ่มวัย 23 ปี จากชลบุรี หลงรักความเร็วตั้งแต่เด็ก โดยมีพ่อแม่ให้การสนับสนุนเต็มที่ ส่งไปเรียนเทคนิคการขับขี่กับ เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่ง สคูล (A.P. Honda Racing School) และด้วยสไตล์การขับขี่ที่โดดเด่น กล้าได้กล้าเสีย พร้อมทั้งยังมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม ทำให้เจ้าตัวกลายเป็นนักแข่งสังกัด เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ หรือตอนนี้เปลี่ยนชื่อมาเป็น ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ในที่สุด

สมเกียรติสร้างผลงานโดดเด่นภายใต้สังกัด ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ จนทำให้เจ้าตัวถูกเลือกอยู่ในโครงการ ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม ซึ่งเป็นโรดแม็ปของ “ไทยฮอนด้า” เพื่อพัฒนานักแข่งอย่างเป็นระบบ เพื่อเป้าหมายผลักดันนักแข่งไทยสู่การแข่งขันโมโตจีพี ภายในปี 2025

“ก้อง” เดินหน้าตามโรดแม็ปที่ทางไทย ฮอนด้าวางไว้ คือเริ่มจากลุยศึกเอเชีย ทาเลนต์ คัพ ก่อนคว้าแชมป์มาครองในปี 2016 จากนั้นขึ้นมาแข่งขันเอเชีย โรด เรซซิ่ง แชมเปียนชิป รุ่นเอพี 250 ซีซี สร้างผลงานดีต่อเนื่อง จากนั้นก็ขยับขึ้นมาแข่งเอฟเอเอ็ม ซีอีวี โมโต 3 จูเนียร์ เวิลด์แชมเปียนชิป และมีโอกาสได้แข่งขันระดับเวิลด์กรังด์ปรีซ์ รุ่นโมโต ทรี

ต่อเนื่องในปี 2019 ขยับขึ้นมาแข่งโมโต ทู เต็มตัว ซึ่งตลอด 3 ปีที่ผ่านมาหนุ่มจากชลบุรีสะสมประสบการณ์มากมาย จนทำผลงานได้ดีที่สุด อันดับ 5 ที่ออสเตรีย และปีที่ 4 นี้ เจ้าตัวก็ปล่อยของตั้งแต่ สนามที่ 2 ของซีซัน ในรายการ อินโดนีเซียน กรังด์ปรีซ์ ที่อินโดนีเซีย

สนามนี้ “ก้อง” คว้ากริดสตาร์ตอันดับ 4 ซึ่งก่อนแข่งเจ้าตัวก็หวังจะขึ้นไปยืนบนโพเดียมให้ได้ โดยช่วงออกสตาร์ต นักบิดวัย 23 ปี ทำผลงานยอดเยี่ยมจริงๆ ทะยานขึ้นนำตั้งแต่โค้งแรก ก่อนค่อยๆ ทำเวลาทิ้งห่างอันดับ 2 ไปเรื่อยๆ เรียกว่า ยิ่งขับยิ่งดีขึ้น และสมเกียรติก็ทะยานเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 1 ด้วยเวลา 25 นาที 40.876 วินาที

ผงาดคว้าแชมป์แรกรุ่นโมโต ทู เป็นครั้งแรกในชีวิต สร้างประวัติศาสตร์เป็นคนไทยคนแรก ที่คว้าชัยชนะในการแข่งขันระดับเวิลด์กรังด์ปรีซ์ ได้อย่างยิ่งใหญ่

ขณะที่ “บิว” ภูริพล หรือที่พี่ๆในแคมป์กรีฑาทีมชาติไทย เรียกกันว่า “เทพบิว” เป็นเพชรเม็ดงาม ที่สมาคมกีฬากรีฑาฯ พบเจอมาจากคำแนะนำของ วัฒนา สุวรรณรักษา ผู้ฝึกสอนคนปัจจุบัน

ทั้งนี้ สมาคมกีฬากรีฑาฯร่วมกับสโมสรสมาชิก และโรงเรียนแห่งต่างๆ ลงนามเอ็มโอยูร่วมกันมานานแล้ว ในการค้นหาสายเลือดใหม่ที่มีแววมาเสริมทีมชาติ ซึ่งในรายของภูริพล โค้ชวัฒนา ได้นำเสนอสมาคมผ่านไลน์กลุ่ม ค้นหาดาวรุ่งดวงใหม่มาให้

ทันทีที่ “แฝดเล็ก” พล.ต.ต.ศุภวณัฎฐ์ อาริยะมงคล หัวหน้าผู้ฝึกสอนกรีฑาทีมชาติไทย เห็นผ่านคลิปวิดีโอการวิ่ง ก็ยอมรับว่าดีทีเดียว เพราะก่อนหน้านั้นจะลงไปดูด้วยตัวเองในรายการต่างๆ ก็ไม่ได้ เพราะติดปัญหาโควิด-19 ไม่สามารถจัดการแข่งขันใดๆได้เลย

ภูริพลมีสโตรกการวิ่งที่ยอดเยี่ยม รูปร่างสูง ใหญ่ สมส่วน ช่วงยาว เวลาวิ่งสะโพกยกสูง สปรินต์ดี ข้อเท้าดี ประกอบกับใจกล้า ไม่กลัวใคร ทำให้สมาคมเรียกเข้าแคมป์ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว จากที่ก่อนหน้านี้ก็มีชื่ออยู่ในโครงการพัฒนาเยาวชนของสมาคมมาตั้งแต่ปี 2563

จากนั้นฝึกฝนเรื่อยมา ประกอบกับเจ้าตัวเปิดรับการเรียนรู้ใหม่ๆตลอด ทำให้มีพัฒนาการที่ดีขึ้นตามลำดับ

จึงไม่แปลกใจที่ตั้งแต่อยู่โรงเรียนเซนต์ราฟาแอล และโรงเรียนอัสสัมชัญ สมุทรปราการ กวาดเหรียญทองการแข่งขันกีฬาในประเทศมาได้ต่อเนื่อง และมาเปิดตัวได้น่าประทับใจในมหกรรมกีฬาแห่งชาติ ที่เพิ่งจบลงไป

ด้วยการคว้าแชมป์วิ่ง 100 เมตรชาย เวลา 10.19 วินาที ทำลายสถิติประเทศไทย ของเหรียญชัย สีหะวงษ์ ที่สร้างไว้ 10.23 วินาที ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 13 ปี 2541 และยังทำลายสถิติกีฬาแห่งชาติ 10.31 วินาที ของ จิระพงศ์ มีนาพระ จากสุราษฎร์ธานี ที่ทำไว้ที่นครราชสีมา ปี 2557 ส่วนวิ่ง 200 เมตรชาย เจ้าตัวก็คว้าเหรียญทอง เวลา 20.58 วินาที ทำลายสถิติประเทศไทย ที่เหรียญชัย สีหะวงษ์ ทำไว้ 20.69 วินาที ในซีเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่บรูไน ปี 2542 และทำลายสถิติกีฬาแห่งชาติ ที่สิทธิชัย สุวรประทีป ทำไว้ 20.75 วินาที ที่สุพรรณบุรี ปี 2549 ลงได้อย่างราบคาบ

“ไม่คิดมาก่อนว่าจะทำลายสถิติ 2 รายการนี้ เป็นเวลาที่ดีที่สุดเท่าที่เคยทำได้ หลังจากนี้ก็คงต้องกลับไปซ้อมหนักต่อไป เพื่อพัฒนาสถิติขึ้นมาอีกในอนาคต” ภูริพลกล่าว

ขณะที่ พล.ต.ต.ศุภวณัฎฐ์กล่าวว่า ดาวรุ่งคนนี้ เป็นนักกีฬามีความมุ่งมั่น มีระเบียบวินัย มีโครงสร้างร่างกายที่ดีมากๆในวัย 16 ปี สูง 183 ซม. ท่าทางการวิ่งดี ช่วงก้าวขายาว นี่เป็นสิ่งที่ดีที่จะต่อยอดพัฒนาได้

ส่วนตัวมองว่า มีโอกาสที่ภูริพลจะพัฒนาตัวเองขึ้นไปได้อีก และมีโอกาสที่ประเทศไทย จะมีนักวิ่งที่ทำเวลา 100 เมตร ได้ในระดับ 9 วินาที ด้วย ซึ่ง “บิว” จะประเดิมรายการระดับนานาชาติครั้งแรกในซีเกมส์ ครั้งที่ 31 เดือนพฤษภาคมนี้ ที่เวียดนาม

ทั้งหมดนี้ เราได้รู้จัก “ก้อง” สมเกียรติกับ “บิว” ภูริพล ที่ต่างคนต่างเร็วในกีฬาของตัวเองกันไปแล้ว ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่าจากนี้ทั้ง 2 คน จะมีอะไรดีมาโชว์แฟนกีฬาได้อีก

แต่ดูจากความมุ่งมั่น ตั้งใจ เกิน 100 เปอร์เซ็นต์ เชื่อมั่นอยู่ลึกๆว่าทั้งคู่จะไม่หยุดอยู่แค่นี้

 

About the Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may also like these

PowerFul By Rufeo