กีฬาJET SKI

กีฬาJET SKI

กีฬาJET SKI

กีฬาJET SKI

กีฬาJET SKI

 

กีฬาเจ็ทสกีในเอเชียนเกมส์ 2018 กำหนดจัดขึ้นที่ชายหาดอันจอล จาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม ถึง 28 สิงหาคม ค.ศ. 2018 และจัดการแข่งขันทั้งหมด 4 รายการ

กีฬาเอกซ์ตรีม หรือ กีฬาที่เน้นความผาดโผนเป็นกีฬาที่แข่งในสภาพแวดล้อม และกฎกติกาอันหลากหลาย กีฬาเอกซ์ตรีมชนิดใหม่ เกิดขึ้นอยู่เสมอ บางชนิดก็นิยม บางชนิดก็ไม่มีใครเล่น อีกหนึ่งกีฬาเอกซ์ตรีม ที่ยอดนิยมมากในบ้านเราก็คือ Jet ski กีฬาชนิดนี้ เล่นกันอย่างไร สนุกตรงไหน และทำไมถึงฮิตในบ้านเรา คำตอบอยู่ด้านล่างนี้แล้ว

ชื่อว่าไม่น่าจะมีใครที่ไม่รู้จักกีฬาสุดมันส์ทางน้ำที่เรียกว่า เจ็ทสกี ด้วยมันเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในประเทศไทย ทางการเล่นในแม่น้ำ สระน้ำที่มีการตั้งสโมสร หรือจะเป็นการเล่นริมชายหาดก็ตาม แม้ว่าราคาในการเล่นกีฬาชนิดนี้จะค่อนข้างสูง แต่มันก็ไม่เคยได้รับความนิยมน้อยลงเลย นั่นแสดงว่ามันต้องเป็นกีฬาที่มีเสน่ห์มากแน่ๆ แต่เสน่ห์ของ กีฬาชนิดนี้นั้นคืออะไร ต้องไปดูกัน

เจ็ทสกีนั้นถือว่าเป็น การแข่งขัน เรือประเภทหนึ่ง หากแต่เป็นเรือประเภทความเร็วสูง หากเปรียบกับการแข่งขัน ทางบกก็น่าจะประมาณการแข่งขัน มอเตอร์ไซต์วิบาก ความท้าทายทั้งในด้านการบังคับเรือ และการพยายามทรงตัวอยู่บนเรือ ที่ขนาดไม่ใหญ่นัก (ลักษณะคล้ายมอเตอร์ไซต์น้ำ) ย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย

 

จากนั้นจึงจะเป็นระดับ Expert ระดับที่ใกล้เคียงมืออาชีพ ถือว่ามีความรู้และประสบการณ์ในการเล่นเจ็ทสกีพอสมควร และระดับสูงสุดคือระดับ Pro เป็นระดับมืออาชีพสามารถถ่ายทอดความรู้ได้เป็นอย่างดีนั่นเอง

 

กีฬา Jet ski คืออะไร

กีฬาประเภทนี้ อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ การแข่งขันความเร็วทางน้ำ โดยผ่านเครื่องมือที่เรียกว่า เจ็ทสกีวิธีการเล่นผู้เล่นจะต้องบังคับเครื่องมือตัวนี้ให้พุ่งขึ้นไปอย่างเร็วที่สุดบนกระแสน้ำ เจ็ทสกีจะบอกว่าเป็นเรือผสมกับมอเตอร์ไซค์ก็คงจะไม่ผิดนัก มีคันเร่ง คันบังคับตรงกลาง แล้วบิดเพื่อเร่งความเร็ว แม้จะเป็นการเล่นบนน้ำแต่บอกเลยว่าไม่ง่าย การคอนโทรลยากกว่าที่คิด

ล้มไม่เจ็บ แต่จริงๆ เจ็บ

การเล่นกีฬา เจ็ทสกีนั้น ผู้เล่นจะต้องใส่เครื่องป้องกันอย่างดี ทั้งหมวกกันน็อค เสื้อชูชีพ และเครื่องป้องกันอีกมากมาย คนที่ดูจากภายนอกอาจจะคิดว่า การเล่นกีฬาชนิดนี้ล้มอาจจะไม่เจ็บ เพราะล้มลงบนน้ำ แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย การเล่นกีฬาชนิดนี้มีความอันตรายมากทีเดียว แม้ว่าการล้มลงบนน้ำจะไม่เจ็บ แต่หากตกจากเจ็ทสกีที่ความเร็วระดับ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แรงกระแทกก็ทำให้เจ็บตัวได้เหมือนกัน นั่นทำให้ก่อนจะลงขับเจ็ทสกีจะต้องบังคับการใส่เครื่องป้องกันเสียก่อน เพื่อความปลอดภัย

เสน่ห์ของกีฬาชนิดนี้

สำหรับการเล่น เจ็ทสกีเสน่ห์ของมันก็คือ ความเร็วของการบังคับ การได้นั่งบนพาหนะด้วยความเร็วมากเป็นสิ่งที่คนชอบเสมอ ซึ่งเจ็ทสกีให้เราได้ นอกจากนั้นหากเอาไปเล่นที่ทะเล การได้ตัดคลื่นเพื่อทำความเร็ว ปะทะกับลมทะเล ยิ่งทำให้การเล่นเจ็ทสกีน่าเล่นเข้าไปอีก ส่วนการแข่งขันนอกจากสายความเร็ว ยังต้องฝึกเรื่องการบังคับทิศทางด้วยในเส้นทางการแข่ง จะมีทั้งทางตรง อ้อมกรวย เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวาจะลงแข่งกันจริงต้องฝึกเล่นกันเป็นจริงเป็นจังทีเดียว

กีฬายอดฮิต

กีฬา เจ็ทสกี ไม่น่าเชื่อว่าเป็นกีฬายอดฮิตอีกอย่างหนึ่งของคนชอบกีฬาเสี่ยงอันตราย เพราไม่เพียงแต่ริมทะเลเท่านั้น กีฬาชนิดนี้เค้ายังเอาไปเล่นในทะเลสาบ หรือ แหล่งน้ำจืดที่สร้างขึ้นเองอีกด้วย จนทำให้กีฬาชนิดนี้แพร่หลายมากขึ้น บวกกับผลงานของนักกีฬาไทยที่ทำผลงานได้ดีทั้งในประเทศและต่างประเทศ ยิ่งโหมกระแสเจ็ทสกีให้โด่งดังมากขึ้น ใครที่ชอบความเร็วอยากให้ลองมาวัดใจความเร็วบนผิวน้ำดูเชื่อว่าได้ประสบการณ์อีกอย่างหนึ่งจนประทับใจแน่นอน

ในประเทศไทยเรามีนักกีฬาเจ็ทสกีหลายคน ไปแข่งขันจนได้รางวัลมามากมายไม่ว่าจะเป็น เปิ้ล นาคร หรือ เจ เจตริน และอีกมากมาย แสดงให้เห็นถึงการได้รับความสนใจของกีฬาชนิดนี้ได้เป็นอย่างดี ส่วนใครที่อยากจะลองเล่นบ้าง หาสถานที่ใกล้บ้านคุณแล้วไปลุยกันเลย

กีฬาประเภทนี้ อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ การแข่งขันความเร็วทางน้ำ โดยผ่านเครื่องมือที่เรียกว่า เจ็ทสกีวิธีการเล่นผู้เล่นจะต้องบังคับเครื่องมือตัวนี้ให้พุ่งขึ้นไปอย่างเร็วที่สุดบนกระแสน้ำ เจ็ทสกีจะบอกว่าเป็นเรือผสมกับมอเตอร์ไซค์ก็คงจะไม่ผิดนัก มีคันเร่ง คันบังคับตรงกลาง แล้วบิดเพื่อเร่งความเร็ว แม้จะเป็นการเล่นบนน้ำแต่บอกเลยว่าไม่ง่าย การคอนโทรลยากกว่าที่คิด

ล้มไม่เจ็บ แต่จริงๆ เจ็บ

การเล่นกีฬา เจ็ทสกีนั้น ผู้เล่นจะต้องใส่เครื่องป้องกันอย่างดี ทั้งหมวกกันน็อค เสื้อชูชีพ และเครื่องป้องกันอีกมากมาย คนที่ดูจากภายนอกอาจจะคิดว่าการเล่นกีฬาชนิดนี้ล้มอาจจะไม่เจ็บ เพราะล้มลงบนน้ำ แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย การเล่นกีฬาชนิดนี้มีความอันตรายมากทีเดียว แม้ว่าการล้มลงบนน้ำจะไม่เจ็บ

แต่หากตกจากเจ็ทสกีที่ความเร็วระดับ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แรงกระแทกก็ทำให้เจ็บตัวได้เหมือนกัน นั่นทำให้ก่อนจะลงขับเจ็ทสกีจะต้องบังคับการใส่เครื่องป้องกันเสียก่อน เพื่อความปลอดภัย

 

สัญญาณธงในการแข่งขัน ‘CLOSED COURSE’
• สัญญาณการหมุนธง ณ จุดสตาร์ต หมายถึง การอนุญาตให้ติดเครื่องยนต์
• สัญญาณการชี้ธงไปยังนักกีฬา ณ จุดสตาร์ต หมายถึง เรือลำดังกล่าวกำลังทำผิดกติกาอยู่
• ธงสีแดง หมายถึง ยกเลิกการแข่งขัน เช่น อาจมีนักกีฬาทำผิดกติกา หรือ มีอุปสรรคต่อการแข่ง ให้นักกีฬาทั้งหมดลดความเร็ว และขับขี่ตามลู่แข่งขันกลับมายังจุดปล่อยตัว
• ธงสีเขียว หมายถึง ดำเนินการแข่งขันต่อไป

• ธงสีเหลือง หมายถึง มีอุบัติเหตุอยู่ข้างหน้า ให้นักกีฬาลดความเร็ว และขับขี่ด้วยความระมัดระวัง ห้ามมีการแซงในช่วงดังกล่าว นักกีฬาคนใดฝ่าฝืนจะถูกตัด 1 รอบสนาม
• การไขว้ธงเครื่องหมายกากบาท หมายถึง การแข่งขันได้ผ่านมาแล้วครึ่งทาง ยังเหลือระยะทาง อีกครึ่งหนึ่งที่จะต้องทำการแข่งขันต่อไป
• ธงสีน้ำเงิน หมายถึง มีนักกีฬาที่ขับขี่ ‘น๊อครอบ’ ตามมาด้านหลัง จะต้องหลีกทางให้
• ธงสีดำ หมายถึง การเชิญให้ออกจากการแข่งขัน
• ธงขาว หมายถึง เหลือระยะทางอีกเพียง 1 รอบ จะถึงเส้นชัย
• ธงหมากรุก หมายถึง การเข้าเส้นชัย

กติกาและลักษณะหลักของแผนผังสนาม ‘CLOSED COURSE’ (ปกติ)

• นักกีฬาในประตูซ้าย – ในช่วงรอบที่ 1 ต้องวิ่งเส้นทางด้านใน (ทุ่น 1 – 9)
• นักกีฬาในประตูขวา – ในช่วงรอบที่ 1 ต้องวิ่งเส้นทางด้านนอก (ทุ่น 10 – 20 ยกเว้น ทุ่น 15, 19)
• หลังจากผ่านรอบที่ 1 นักกีฬาสามารถเลือก OPTION ใน (ทุ่น 6 – 9) หรือ
OPTION นอก (ทุ่น 15 – 20 ยกเว้น ทุ่น 19) ก็ได้
• สนามแข่งขันอาจจะเปลี่ยนรูปแบบ แต่รูปแบบรอบที่ 1 และ ‘OPTION’ จะยังคงเหมือนเดิม

About the Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may also like these

PowerFul By Rufeo