กีฬา Chase Tag

กีฬา Chase Tag

กีฬา Chase Tag

กีฬา Chase Tag

กีฬา Chase Tag

สวนหลังบ้านสู่ Chase Tag

มันเริ่มต้นจากกิจกรรมภายในครอบครัวธรรมดา ๆ แต่ด้วยไอเดียบางอย่าง ทำให้มันตกผลึกเป็นกีฬาใหม่

จุดเริ่มต้นของกีฬา Chase Tag ต้องย้อนไปถึงปี 2011 ที่สวนหลังบ้านของตระกูล เดอวู … ในวันนั้น คริสเตียน (Christian Devaux) กำลังเล่นวิ่งไล่จับกับ ออร์แลนโด ลูกชาย

ในวันนั้นมีการวางเก้าอี้ไว้ตามจุดต่าง ๆ ของสวนหลังบ้าน เพื่อเป็นอุปสรรคของทั้งผู้หนีและผู้ล่า และไหน ๆ ก็เตรียมมาอย่างจริงจังแล้ว คริสเตียนจึงได้ติดกล้อง GoPro ไว้บนศีรษะ เพื่อบันทึกภาพการเล่นไว้ด้วย

ภาพการเล่นจากวิดีโอ ทำให้ คริสเตียน และ ดาเมี่ยน (Damien Devaux) น้องชาย เกิดไอเดียขึ้นมา พวกเขาจึงได้ทดลองสร้างสนามที่มีเครื่องกีดขวาง ในชื่อ “The Quad” เพื่อให้การวิ่งไล่จับเกิดความสนุกยิ่งขึ้น

หลังผ่านการทดสอบครั้งแล้วครั้งเล่า ในที่สุดก็ได้สนามที่มีความท้าทายและเกิดความสมดุล ที่ผู้ไล่และผู้หนีต้องเผชิญกับความยากไม่ต่างกัน

แข่งขันอย่างไร?

อันที่จริง Chase Tag นั้นเป็นกีฬาที่สามารถเล่นได้ง่ายมาก เพราะที่ไหนก็สามารถเล่นได้ แต่เพื่อให้เป็นกีฬาที่มีการแข่งขันอย่างกว้างขวาง นอกจากการตั้งองค์กรควบคุมการแข่งขันในชื่อ World Chase Tag แล้ว กติกาการแข่งขันในเรื่องต่าง ๆ ยังเป็นสิ่งที่ต้องมีการกำหนดไว้ด้วย

สนามแข่งขันของกีฬา Chase Tag ถูกเรียกว่า “The Quad” มีขนาด 12×12 เมตร พร้อมสิ่งกีดขวางในรูปแบบต่าง ๆ ที่ผู้เล่นสามารถเลือกได้ว่า จะข้ามผ่านด้วยวิธีการใด แต่ก็ต้องระวังไม่ให้หลุดออกจากพื้นที่การเล่น เพราะจะถูกปรับแพ้ทันที

ส่วนกฎการแข่งขัน ไม่มีอะไรที่ซับซ้อน เพราะคล้ายคลึงกับที่เราเล่นกันมาตั้งแต่เด็ก โดยจะมีผู้เล่นเพียง 2 คนในสนาม คนหนึ่งคือผู้ไล่ (Chaser) อีกคนคือผู้หนี (Evader) แต่ละรอบจะใช้เวลาเพียง 20 วินาทีเท่านั้น การแพ้ชนะในแต่ละครั้งเกิดขึ้นเมื่อผู้ไล่สามารถแตะผู้หนีได้ก่อนหมดเวลา โดยสามารถใช้ได้แค่มือเท่านั้นในการสัมผัสตัวผู้หนี และตำแหน่งที่สัมผัสจะต้องเป็นร่างกายส่วนบน คือเหนือเข็มขัดถึงส่วนคอ และผู้หนีสามารถหนีได้จนหมดเวลา

การแข่งขันแบ่งเป็น 2 แบบหลัก นั่นคือ แข่งขันแบบทีม และ แข่งขันแบบเดี่ยว โดยแบบทีมนั้น จะใช้ผู้เล่นไม่เกิน 6 คน ทั้งสองทีมต้องส่งตัวแทนทีมละ 1 คน ผู้หลบหลีกต้องสามารถอยู่ในสนามโดยไม่โดนแตะภายใน 20 วินาทีถึงจะได้รับคะแนน แต่ถ้าโดนจับได้ผู้ถูกล่าจะกลายเป็นผู้ล่าแทนในรอบต่อไป หากทีมไหนชนะก่อน 2 เซต จะได้รับชัยชนะไป

ส่วนในการแข่งขันแบบเดี่ยวนั้น ผู้เข้าแข่งขันจะสลับกันเป็นทั้งผู้ไล่ล่าและหลบหลีกโดยมีเวลาให้ 20 วินาที คนหนีจะมีเวลา 20 วินาทีในการหนี ถ้าสำเร็จจะได้ 1 คะแนน เช่นเดียวกับผู้ไล่ ถ้าจับสำเร็จภายใน 20 วิ ก็จะได้ไป 1 คะแนน ฝ่ายไหนสะสมครบ 10 คะแนนก่อนฝ่ายนั้นชนะ

การแข่งขันมีทั้งประเภทเดี่ยวและประเภททีม และมีหลายกติกา โดยกติกาที่ถูกใช้อย่างแพร่หลายมากที่สุดคือ Chase-Off ในการแข่งประเภททีม ที่แต่ละทีมจะมีผู้เข้าแข่งขันทีมละ 5 คน โดยจะมีการกำหนดรอบการแข่งไว้ (ส่วนใหญ่กำหนดที่ 16 รอบ) โดยสมาชิกของทีมที่ชนะในแต่ละรอบ จะได้สิทธิ์อยู่ในเกมต่อในฐานะผู้หนีของเกม ทว่าจะให้แต้มเฉพาะในกรณีที่หนีสำเร็จจนครบกำหนดเท่านั้น ทีมใดได้แต้มมากกว่าจะเป็นผู้ชนะ

นอกจากกติกา Chase-Off แล้ว ยังมีการแข่งในกติกา Team Matchplay ซึ่งแต่ละรอบผู้เข้าแข่งขันจากแต่ละทีมจะสลับกันเป็นผู้ไล่และผู้หนี โดยทีมใดสามารถแตะอีกฝ่ายได้เร็วกว่าในแต่ละรอบจะได้แต้ม หากจบด้วยผลเสมอ คือหนีได้ทั้งคู่หรือทำเวลาเท่ากันทั้งคู่ จะไม่มีทีมใดได้แต้ม จนครบรอบที่กำหนด ใครทำแต้มได้มากกว่าจะเป็นผู้ชนะ

ส่วนการแข่งขันประเภทเดี่ยวในกติกา Single Matchplay ผู้เข้าแข่งขันจะสลับกันเป็นผู้ไล่และผู้หนี เช่นเดียวกับกติกา Team Matchplay ที่หากฝ่ายไล่สามารถแตะตัวอีกฝ่ายได้ จะได้ 1 คะแนน และจะมีคะแนนพิเศษในแต่ละรอบ เช่น ใครแตะตัวอีกฝ่ายในแต่ละรอบได้เร็วกว่า จะได้เพิ่มอีก 1 คะแนน ใครได้ 10 คะแนนก่อนจะเป็นผู้ชนะ แต่ถ้าเสมอ 9-9 จะแข่งต่อจนกว่าผู้ชนะทำแต้มห่าง 2 คะแนน

ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีกติกา Sudden Death Chase Off ที่ผู้เข้าแข่งขันจะสลับกันเป็นผู้ไล่และผู้หนี โดยใครหนีได้นานกว่าจะชนะการแข่งขันไป หากเสมอกัน จะต้องแข่งใหม่จนกว่าจะรู้ผลผู้ชนะ

ความมันในพื้นที่สี่เหลี่ยม

แม้สนามแข่งมีเนื้อที่จำกัด และเวลาการแข่งขันนั้นสั้นมาก แต่นี่แหละคือเสน่ห์ของกีฬา Chase Tag

เพราะภายในพื้นที่เล็กๆ นี้ มีสิ่งกีดขวางลักษณะต่าง ๆ มากมาย ผู้เล่นจึงต้องใช้ทักษะในการเคลื่อนไหวชั้นสูง ทั้ง “Juking” เปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนไหวแบบกะทันหัน คล้ายกับที่นักกีฬาอเมริกันฟุตบอล, ฟุตบอล , บาสเกตบอล, รักบี้ ใช้ รวมถึง “Shepherding” ที่ใช้ไล่ต้อนคู่ต่อสู้ให้เคลื่อนไหวไปในจุดที่เราสามารถควบคุมสถานการณ์ได้

ไม่ใช่แค่ทักษะของร่างกายเท่านั้น กีฬา นี้ยังเป็นการลับสมองอย่างมาก ผู้เล่นต้องคิดและประเมินสถานการณ์ จนเหมือนกับต้องวาดภาพไว้ในหัวล่วงหน้าเลยว่า จะหนีหรือจะไล่อย่างไร จะกระโดดข้าม หรือมุดจุดไหน ถ้าพลาด จะแก้ไขสถานการณ์อย่างไร

และที่สำคัญต้องไม่ลืมว่า ทุกสิ่งที่กล่าวมา ต้องทำให้ได้ภายในเวลาเพียง 20 วินาที ของการแข่งขันในแต่ละครั้งเท่านั้น … สำหรับผู้เล่น 20 วินาทีในสนามจึงอาจยาวนานเหมือนกับเป็น 20 นาทีเลยทีเดียว

เรื่องดังกล่าว สะท้อนผ่านการให้สัมภาษณ์ของ ดาเมี่ยน เดอวู หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง World Chase Tag ที่ให้คำแนะนำผู้ที่อยากจะเล่นและแข่งขันกีฬานี้ว่า

อนาคตสู่โอลิมปิก?

ด้วยธรรมชาติของกีฬาชนิดนี้ที่เป็นกีฬาซึ่งมีพื้นฐานมาจากการละเล่นที่คุ้นเคย แฝงด้วยความเร้าใจ ทำให้ ดาเมี่ยน เดอวู มองว่า Chase Tag คือกีฬาที่อยู่เหนือข้อจำกัดทางวัฒนธรรม เพราะผู้เล่นจะเป็นใคร สัญชาติใดก็ได้

“การไล่ล่าและถูกล่า เป็นหนึ่งในสภาวะธรรมชาติในจิตใจคนเรา … ที่เราใช้ชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ มนุษย์ประสบความสำเร็จเพราะความสามารถของเราในการล่าและหลีกเลี่ยงการถูกล่า”

ปัจจุบันทั่วโลกกำลังให้ความสนใจกับการแข่งขัน Chase Tag เพิ่มมากขึ้น โดยมีการถ่ายทอดสดผ่านสื่อใหญ่ต่าง ๆ อย่าง BBC, Fox Sports, Fuji TV, ESPN, NHK และ NBC รวมถึงช่องทางออนไลน์ ไม่เพียงเท่านั้น ชาติต่าง ๆ ยังซื้อลิขสิทธิ์รูปแบบการแข่งขันจากทาง World Chase Tag ไปจัดแข่ง โดยปัจจุบันมีการแข่งขันกีฬานี้ในหลายประเทศ เช่น ฝรั่งเศส, อินเดีย, จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลี, ออสเตรเลีย, แคนาดา, สหรัฐอเมริกา และ โคลอมเบีย

แม้จะเป็นกีฬาที่มีข้อจำกัดในการเล่นน้อย แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับคือ Chase Tag ยังเป็นกีฬาใหม่ ที่ต้องใช้ความพยายามในการขยายฐานความนิยมอีกไม่น้อย แต่เนื่องจากปัจจุบัน มหกรรมกีฬาโอลิมปิก ก็เปิดพื้นที่ให้กับกีฬาเอ็กซ์ตรีมอย่าง จักรยาน BMX, สเก็ตบอร์ด และ ปีนผา ไปเรียบร้อยแล้ว … Chase Tag จึงมีโอกาสไปถึงจุดนั้นได้เช่นกันในอนาคต

 

About the Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may also like these

PowerFul By Rufeo