กีฬาสนุกเกอร์

กีฬาสนุกเกอร์

กีฬาสนุกเกอร์

กีฬาสนุกเกอร์

กีฬาสนุกเกอร์

กีฬาสนุกเกอร์ มีต้นกำเนิดมาอย่างไร

กีฬา สนุกเกอร์ เชื่อกันว่ามีการเริ่มเล่นกันอย่างจริงจังตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 19 โดยมีรากฐานของ กีฬา นี้มาจากกีฬาบิลเลียด (English Billiards) มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 โดยเป็นกีฬาที่นิยมเล่นกันในกองทัพอังกฤษที่ประจำอยู่ในประเทศอินเดียในยุคนั้น

ต้นกำเนิดในระยะแรก

กีฬาบิลเลียด ได้มีการนำมาเล่นกันก่อนตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 โดยเป็นที่รู้จักกันว่าเป็น “กีฬาสุภาพบุรุษ” เนื่องจากเป็นกีฬาที่นิยมเล่นกันในหมู่เชื้อพระวงศ์ โต๊ะที่เล่นในสมัยแรก ๆ ไม่มีด้านข้าง ไม่มีหลุม หรือแม้แต่ขอบชิ่ง มีแต่เพียงหลุมบนพื้นโต๊ะ ที่จะต้องแทงให้ลูกหล่นลงไป ทุกครั้งที่ลูกลงหลุม ลูกก็จะหล่นลงไปบนพื้น

ส่วนลูกที่เล่นในสมัยนั้น เป็นลูกที่ทำขึ้นมาจากงาช้าง ซึ่งแตกต่างจากลูกที่ใช้เล่นในสมัยใหม่เป็นอย่างมาก

ในช่วงศตวรรษที่ 19 กีฬาชนิดนี้ เป็นที่นิยมเล่นกันเป็นอย่างมากในหมู่ทหารอังกฤษที่ประจำอยู่ฐานทัพในประเทศอินเดีย เนื่องจากกีฬาบิลเลียดเป็นกีฬาที่เล่นกันระหว่างผู้เล่น 2 คน โดยใช้ลูกบิลเลียด 3 ลูก เป็นลูกคิวบอล 2 ลูกสำหรับผู้เล่นแต่ละคน และเป็นลูกเป้าอีก 1 ลูก จึงทำให้มีการพัฒนาเกมการเล่นขึ้นมาใหม่ เพื่อให้สามารถมีผู้เล่นได้มากขึ้น ซึ่งก็รวมไปถึงกีฬาพูลที่เรียกว่า Life Pool หรือ Pyramid Pool

การเล่น Life Pool จะใช้ลูกสีต่าง ๆ ซึ่งใช้เป็นทั้งลูกคิวบอล และลูกเป้า ในการเล่น Pyramid Pool จะใช้ลูกแดง 15 ลูก และลูกขาวซึ่งเป็นลูกคิวบอล 1 ลูก และผู้เล่นจะได้ 1 คะแนนเมื่อตบลูกสีแดงลงไป 1 ลูก และได้มีการปรับปรุงและพัฒนาโต๊ะที่ใช้ในการเล่นไปพร้อม ๆ กับเกมการเล่นไปด้วย

ส่วนกีฬา Black Pool เป็นกีฬาที่มีการพัฒนาขึ้นเป็นลำดับต่อมา โดยมีความคล้ายคลึงกับ Pyramid Pool แตกต่างกันตรงที่มีการนำเอาลูกสีดำ จากกีฬา Life Pool เข้ามาร่วมเล่นด้วย ซึ่งเมื่อแทงลงหลุมไป จะทำให้ได้คะแนนมากกว่าลูกอื่น ๆ

ในปี 1875 มีนายทหารระดับนายพันที่ประจำอยู่ในกรมทหาร ในเมือง Jabalpur ในอินเดีย ชื่อ เซอร์ เนวิล ฟรานซิส ฟิชเจอร์รัล แชมเบอร์เลน (Sir Neville Francis Fitzgerald Chamberlain) ได้เสนอขึ้นมาว่า น่าจะมีการเพิ่มลูกสีอื่น ๆ เข้าไปในเกมอีก เพื่อให้มีคะแนนที่หลากหลาย พร้อมทั้งมีการนำลูกน้ำตาล และน้ำเงินเพิ่มเข้ามาอีกในเวลาต่อมา จึงทำให้รูปเกมค่อย ๆ พัฒนามาใกล้เคียงกับกีฬาสนุกเกอร์ในปัจจุบันมากขึ้นเรื่อย ๆ

นับแต่นั้นมา คำว่า “สนุกเกอร์” ก็ได้อุบัติขึ้นจากคำพูดของผู้พันแชมเบอร์เลน ที่เอ่ยขึ้นมาในขณะที่ผู้เล่นแทงไม่ถูกลูกเป้า ซึ่งผู้พันฯเรียกผู้เล่นคนนั้นว่า “สนุกเกอร์ ตัวจริง (a real snooker)” ซึ่งหมายถึงความไม่ชำนาญในการเล่นนั่นเอง คำว่า “สนุกเกอร์” จึงเป็นคำสแลงที่ใช้เรียกนักศึกษาวิชาทหารที่เพิ่งเข้ามาเรียนในปีแรกไปโดยปริยาย

กติกาการเล่น “สนุกเกอร์” ได้มีการร่างขึ้นมาเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ.1882 ที่ตำบล อูตากามุน (Ootacamund) ในเมืองมาดราส (Madras Province) ต่อมาในปี ค.ศ. 1885 มีแชมป์บิลเลียดชาวอังกฤษ ชื่อ “จอห์น โรเบิร์ต” เดินทางไปประเทศอินเดีย และได้พบกับผู้พันแชมเบอร์เลน เมื่อได้รู้จักกีฬาสนุกเกอร์แล้ว “จอห์น โรเบิร์ต” จึงได้นำไปแพร่หลายยังประเทศอังกฤษเมื่อเขาเดินทางกลับไปทันที

สนุกเกอร์ในช่วงปีแรก ๆ

การแข่งขันอย่างเป็นทางการรายการแรก เป็นการแข่งขันชิงแชมป์สมัครเล่นอังกฤษ ที่จัดขึ้นในปี ค.ศ. 1916 และในปี ค.ศ. 1927

“โจ เดวิส” (Joe Davis) ได้ช่วยส่งเสริมให้แพร่หลายขึ้น ด้วยการจัดการแข่งขันสนุกเกอร์อาชีพชิงแชมป์โลกขึ้นเป็นครั้งแรก ซึ่งเขาเป็นผู้ชนะ และได้รางวัลเป็นเงินสดกลับบ้าน เป็นจำนวน 6.10 ปอนด์ ซึ่งในขณะนั้น ความสามารถในการเล่นยังไม่สูงมาก ดูจากเบรคสูงสุดที่ทำได้เพียง 60 แต้มเท่านั้น

ภายในปี ค.ศ. 1930 กีฬาสนุกเกอร์ ก็กลายเป็นกีฬาที่ได้รับความสนใจอย่างมากชนิดหนึ่งของอังกฤษ โจ เดวิส เป็นผู้เล่นคนเดียวที่มีความชำนาญมากที่สุดในยุคนั้น กวาดแชมป์โลกไปทุกปีแบบไม่ยอมแบ่งให้ใครได้สัมผัสไปจนถึงปี ค.ศ. 1946 เมื่อเขาตัดสินใจแขวนคิวไปในที่สุด

ในระหว่างปี ค.ศ. 1952 และ 1957 ได้เกิดข้อพิพาทเกี่ยวกับกีฬาสนุกเกอร์กันขึ้น ระหว่างกระทรวงกีฬา คณะกรรมการควบคุมกีฬา และสมาคมกีฬาบิลเลียดของอังกฤษ โดย 2 ฝ่ายแรกไม่รับรองตำแหน่งแชมป์โลก เนื่องจากมีผู้เข้าแข่งขันเพียง 2 คนเท่านั้น และถึงแม้ว่าจะมีการจัดการแข่งขันอย่างไม่เป็นทางการขึ้น ผู้ที่ชนะเลิศในการแข่งขันในสมัยนั้น ซึ่งได้แก่ ฮอเรซ ลินดรัม (Horace Lindrum) จึงไม่ได้รับการยอมรับว่าเป็นแชมป์โลกในทุกครั้งที่เขาคว้าแชมป์ได้ ทั้ง ๆ ที่คนทั่วไปยอมรับว่าเขาคือผู้เล่นที่เก่งที่สุดในโลกในขณะนั้นก็ตาม

ผลพวงจากข้อพิพาทนี้ จึงทำให้การจัดการแข่งขันชิงแชมป์โลก ต้องหยุดชะงักไปหลายปี ในระหว่างปี ค.ศ. 1958 ถึง 1963

เติบโต จนเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวาง

ในปี ค.ศ. 1969 สถานีโทรทัศน์บีบีซี ของอังกฤษ (BBC) ได้จัดการแข่งขันขึ้น โดยให้ชื่อว่า “Pot Black Tournament” ซึ่งได้รับความนิยมจากผู้ชมเป็นอย่างมากในการที่จะนำกีฬาสนุกเกอร์เข้าสู่สายตาของประชาชน การแข่งขันได้รับความสำเร็จเรื่อยมา จนกระทั่งปี ค.ศ. 1980 จึงได้ยุติลง แต่ได้มีการจัดการแข่งขันในรูปแบบใหม่ ๆ รายการใหม่ ๆ เข้ามาแทนที่

ในปี ค.ศ. 1972 นักสนุกเกอร์นามว่า “อเล็กซ์ ฮิกกินส์” (Alex “Hurricane” Higgins) สามารถคว้าแชมป์โลกครั้งแรก (จาก 2 ครั้ง) ของเขาได้สำเร็จ ด้วยสไตล์การเล่นที่ดุเดือด เร้าใจผู้ชม ที่เต็มไปด้วยความกล้า บ้าบิ่น และอารมณ์ นับเป็นการปลุกกระแสความนิยมให้กับกีฬาสนุกเกอร์ขึ้นมาเป็นอย่างมาก มีการประโคมข่าวบนหน้าหนึ่งของ นสพ. และมีการขนานนามเขาว่าเป็น “ดารา ร็อค แอนด์ โรล” ของวงการสนุกเกอร์คนแรก พร้อม ๆ ไปกับการนำเสนอการถ่ายทอดบนจอทีวีในระบบสีไปด้วย

การถ่ายทอดสดการแข่งขันชิงแชมป์โลกครั้งแรก มีขึ้นในปี ค.ศ. 1973  มีการนำระบบคะแนนสะสมมาใช้ครั้งแรก ในปี ค.ศ. 1976 และในปี ค.ศ. 1977 การแข่งขันชิงแชมป์โลก ก็ได้ย้ายมาแข่งขันกันที่ครูซิเบิ้ล เธียเตอร์ ในเมืองเชฟฟิลด์ เรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้

ภายในปี ค.ศ. 1980 กีฬาสนุกเกอร์ได้กลายเป็นกีฬายอดนิยมชนิดหนึ่งของอังกฤษและประเทศในเครือจักรภพอังกฤษไปแบบไม่ต้องสงสัย

จิมมี่ ไวท์ ในมาดนักสนุกเกอร์หนุ่ม ผู้เป็นนักสนุกเกอร์ขวัญใจประชาชน

  “สตีฟ เดวิส” กลายเป็นเทพบุตรคิวทองคนแรก ที่เรียกความนิยมจากแฟนสนุกเกอร์อย่างมากมาย พร้อมทั้งกวาดแชมป์โลกไปครองในช่วงหนึ่งได้ถึง 6 สมัย ด้วยบุคคลิกที่เป็นสุภาพบุรุษ การเล่นที่ครบเครื่อง และจากผู้จัดการส่วนตัวที่เก่งฉกาจ ที่ชื่อว่า “แบรี่ เฮิร์น (Barry Hearn)”

หลังจากนั้น “สิงห์อีซ้าย” จิมมี่ ไวท์ ก็ปรากฏตัวขึ้นและกลายเป็นแชมเปี้ยนในดวงใจของประชาชนไปได้แบบไม่ยากเย็น (People’s Champion) มีการจัดการแข่งขันขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นปฏิทินประจำปีที่มีผู้ติดตามให้ความสนใจอย่างล้นหลาม

ในฤดูกาล 1984-1985 สถานีโทรทัศน์ ITV ได้ผูกลิขสิทธิ์ในการถ่ายทอดการแข่งขันรายการอินเตอร์เนชั่นแนล คลาสสิค และ บริติช โอเพ่น ซึ่งเป็นการแข่งขันสะสมคะแนนรายการใหม่ที่เพิ่งเริ่มจัดให้มีขึ้นในสมัยนั้น

สนุกเกอร์คู่ประวัติศาสตร์

ช่วงเวลาที่กีฬาสนุกเกอร์ได้รับความนิยมถึงขีดสุดในสมัยนั้น อุบัติขึ้นในการแข่งขันชิงแชมป์โลกรอบชิงชนะเลิศ ในปี ค.ศ. 1985 ระหว่าง “สตีฟ เดวิส” แชมป์โลกชาวอังกฤษ กับนักสนุกเกอร์เจ้าของแว่นตาขนาดเขื่อง จากไอร์แลนด์เหนือ “เดนนิส เทย์เลอร์”

“สตีฟ เดวิส” ออกนำการแข่งขันไปก่อนถึง 8-0 เฟรม แต่ก็ต้องมาโดนสะกดจนทำอะไรไม่ถูก เมื่อ “เดนนิส เทย์เลอร์” ไล่ตื้นขึ้นมาจนต้องมาตัดสินกันในเฟรมสุดท้าย (เฟรมที่ 35) ที่ใช้เวลาในเฟรมเดียวถึง 68 นาที และต้องตัดสินกันด้วยลูกชิงดำ

ในที่สุด “เดนนิส เทย์เลอร์” ก็เป็นฝ่ายตบลูกดำลงไปได้สำเร็จ เมื่อเวลา 00.20 น. คว้าแชมป์โลกประวัติศาสตร์ไปได้สำเร็จ ต่อหน้าผู้ชมทางโทรทัศน์กว่า 18.5 ล้านคน

 

About the Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may also like these

PowerFul By Rufeo