กีฬาพาราลิมปิก

กีฬาพาราลิมปิก

กีฬาพาราลิมปิก

กีฬาพาราลิมปิก

กีฬาพาราลิมปิก

กีฬาพาราลิมปิก (อังกฤษ : Paralympic Games) เป็นการแข่งขันกีฬาสำหรับคนพิการหลายประเภทจากทั่วโลก

โดยอยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการพาราลิมปิกสากล (International Paralympic Committee; IPC)

โดยในปัจจุบัน กีฬาพาราลิมปิกจะจัดขึ้น หลังจากการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกสิ้นสุดลง

และประเทศเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกครั้งนั้น ก็จะเป็นเจ้าภาพจัดแข่งขันกีฬาพาราลิมปิกด้วย

ประวัติ

ในปี ค.ศ. 1948 ดอกเตอร์ลุดวิก กูทมัน ศัลยแพทย์ประจำโรงพยาบาลสโตก แมนเดวิลล์

ได้มีแนวคิดจัดการแข่งขันกีฬาขึ้น เพื่อเป็นการเสริมสร้างฟื้นฟูสมรรถภาพทางกายและใจ ของทหารผ่านศึกชาวอังกฤษ จากสงครามโลกครั้งที่ 2

และจัดแข่งขันอีกครั้งในปี ค.ศ. 1952 ที่อังกฤษเช่นกัน

แต่ครั้งนี้มีทหารผ่านศึกชาวดัตช์ เข้าร่วมการแข่งขันด้วย ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า เป็นการแข่งขันกีฬาคนพิการ ในระดับนานาชาติครั้งแรกของโลก

นับแต่นั้นมา ก็มีการแข่งขันระดับนานาชาติ เป็นกิจจะลักษณะต่างกรรมต่างวาระ มาเป็นระยะๆ

จนถึงปี ค.ศ. 1960 ที่กรุงโรมของอิตาลี กีฬาคนพิการนานาชาติ ก็ปรับระบบเข้ามาสู่การเป็น “กีฬาโอลิมปิกคนพิการ”

ด้วยการจัดในเมืองเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน ในปีเดียวกันเป็นครั้งแรก

แต่แนวความคิดดังกล่าวก็ประสบปัญหามากมาย โดยเฉพาะปัญหาค่าใช้จ่ายบานปลายของเมืองเจ้าภาพโอลิมปิก

ทำให้กีฬาคนพิการนานาชาติ ต้องแยกไปแข่งขันเองต่างหาก ตามหัวเมืองอื่นๆ ที่มีความพร้อม และเป็นไปได้มากกว่า

จนถึงปี ค.ศ. 1988 แนวความคิดดังกล่าวก็บรรลุวัตถุประสงค์ในที่สุด

เมื่อคณะกรรมการโอลิมปิกสากล และสหพันธ์กีฬาคนพิการนานาชาติ (ปัจจุบันคือ คณะกรรมการพาราลิมปิกสากล)

ร่วมกันขอความร่วมมือให้เจ้าภาพกีฬาโอลิมปิก รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพกีฬาพาราลิมปิก ควบคู่ไปในปีเดียวกัน

ทั้งเกมฤดูร้อน ทั้งเกมฤดูหนาว กล่าวได้ว่า กีฬาพาราลิมปิกฤดูร้อนครั้งที่ 8 ที่กรุงโซลของเกาหลีใต้ เมื่อปี ค.ศ. 1988 เป็นการเริ่มต้นกีฬาพาราลิมปิกอย่างเป็นทางการ

สัญลักษณ์และธงพาราลิมปิกเกมส์

ตราสัญลักษณ์พาราลิมปิกประกอบด้วย 3 สี “แอจิโทซ” ได้แก่สี แดง, น้ำเงิน และเขียว อยู่ในลักษณะเดี่ยว ในพื้นหลังสีขาว แอจิโทซ (“ฉันเคลื่อน” ในภาษาละติน) คือตราสัญลักษณ์ที่มีลักษณะเคลื่อนไหวด้วยเป็นขนาดเสี้ยวที่ไม่สมมาตร ตราสัญลักษณ์นี้สร้างขึ้นโดยบริษัทซโลช & เฟรน์ และได้รับการบรรจุเป็นตราสัญลักษณ์เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2546

สีของแอจิโทซซึ่งมีลักษณะพื้นหลังสีขาวและสีต่าง ๆ อีกสามสี ซึ่งธงชาติทั่วโลกส่วนมากก็ใช้สีแอจิโทซ สามสีของตราสัญลักษณ์อยู่บนตรงกลาง หมายถึง “บทบาทของคณะกรรมการพาราลิมปิกนานาชาติ (IPC) ที่นำนักกีฬาพิการทั่วทุกมุมโลก มาแข่งขันกันเพื่อชัยชนะ” รูปร่างเสี้ยวที่ไม่สมมาตรซึ่งเป็นตราสัญลักษณ์มีวิสัยทัศน์ คือ “เพื่อให้นักกีฬาพาราลิมปิกมีความเป็นเลิศทางด้านกีฬาและให้นักกีฬามีความตื่นเต้นกับโลกอันสดใส”

ตราสัญลักษณ์พาราลิมปิกถูกตีพิมพ์ลงมาสู่ผลิตภันณฑ์ต่าง ๆ ครั้งแรง ในปี พ.ศ. 2546 เนื่องจากเวลาการแข่งขันมีอย่างจำกัด ทำให้ก่อนการแข่งขันพาราลิมปิกที่กรุงเอเธนส์ ในปี พ.ศ. 2547 สัญลักษณ์อันใหม่นี้จึงไม่ได้ใช้ในการแข่งขัน อย่างไรก็ตาม การปิดการแข่งขันในการแข่งขันพาราลิมปิกในครั้งนี้ ปักกิ่งได้มอบธงพาราลิมปิกที่มีตราสัญลักษณ์พาราลิมปิกใหม่ให้ด้วย สัญลักษณ์ใหม่นี้จึงได้ใช้ในการแข่งขันพาราลิมปิกฤดูหนาว ปี 2006 เป็นครั้งแรก

สัญลักษณ์พาราลิมปิก

แต่ละ การแข่งขันพาราลิมปิก มักต้องมีสัญลักษณ์เป็นของตัวเอง เมืองที่ได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจะต้องสร้างสัญลักษณ์พาราลิมปิกเป็นของตัวเอง การออกแบบจะต้องมีตราสัญลักษณ์พาราลิมปิก, ชื่อการแข่งขัน และสิ่งที่โดดเด่นในประเทศเจ้าภาพอย่างน้อยหนึ่งอย่าง

คณะกรรมการพาราลิมปิกนานาชาติ (IPC) จะเป็นผู้อนุมัติให้สามารถใช้สัญลักษณ์พาราลิมปิกในการแข่งขันนั้นได้ สัญลักษณ์พาราลิมปิกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในการโปรโมตสินค้า และนำไปติดบนเสื้อผ้าของนักกีฬาพาราลิมปิกทุกคน ทุกตราสัญลักษณ์พาราลิมปิกล้วนแล้วเป็นทรัพย์สินของ IPC

ตราสัญลักษณ์พาราลิมปิกรุ่นแรก (พ.ศ. 2531–2537) ใช้ 5 ปา

ตราสัญลักษณ์พาราลิมปิกรุ่นสอง (พ.ศ. 2537–2547) ใช้ 3 ปา

ตราสัญลักษณ์พาราลิมปิกรุ่นใหม่

  • โรม 1960 –
  • โตเกียว 1964 –
  • เทลอาวีฟ 1968 –
  • ไฮเดลแบร์ก 1972 –
  • โทรอนโต 1976 –
  • เอิร์นเชิลส์วีก 1976 –
  • อาร์นเฮม 1980 –
  • กีลโล 1980 –
  • นิวยอร์ก-สโตกแมนเดวิลล์ 1984 –
  • อินส์บรุค 1984 –
  • โซล 1988 –
  • อินส์บรุค 1988 –
  • บาร์เซโลนา 1992 –
  • แอลเบิร์ทวิลล์ 1992 – ออกแบบโดย เจิน-มิเชลล์ ฟอเล่น
  • ลิลแฮมเมอร์ 1994 – เป็นรูปพระอาทิตย์คน
  • แอตแลนตา 1996 –
  • นะงะโนะ 1998 –
  • ซิดนีย์ 2000 – รูปร่าง 3 กราฟิค ให้เห็นแสงจากคบเพลิงพาราลิมปิก และเรือใบอยู่ที่โรงอุปรากรซิดนีย์
  • ซอลต์เลกซิตี 2002 – มีวงกลมสีแดงอยู่ข้างบน ใต้วงกลมมีขีดเฉียง 2 ขีด
  • เอเธนส์ 2004 – มีลักษณะเป็นผู้ชายไม่ก็ผู้หญิงมองไปข้างหน้า
  • ตูริน 2006 – มี 3 กราฟิค โดยมีดวงดาวขึ้นทีละขั้น สื่อถึงความทะเยอทยานของมนุษย์ ออกแบบโดยสตูดิโอเบนิสคาสา-ฮัมเหม็ด
  • ปักกิ่ง 2008 – “นภา, โลก และมนุษย์”: มีลักษณะมนุษย์ทำท่าลักษณะคล้ายกับคำอักษรจันว่า “zhi”
  • แวนคูเวอร์ 2010 – “ชายแข็งแกร่งดุจภูเขา”: มีลักษณะเป็นป่า, ภูเขา และท้องฟ้าตามลำดับ
  • ลอนดอน 2012 – เป็นครั้งแรกที่มีการใช้สัญลักษณ์รูปทรงเดียวกันในโอลิมปิกและพาราลิมปิก ซึ่งมีสีทางการ 4 สี ได้แก่ สีเขียว, สีม่วงแดง, สีส้ม และสีฟ้า ภาพนี้ออกแบบโดยนักออกแบบในวอฟ โอเรช
  • โซชิ 2014 – “sochi2014.ru” เป็นสัญลักษณ์พาราลิมปิกเดียวที่ใช้เป็นรหัสเว็บไซต์ กระจกสีน้ำเงินที่ครอบตัวคำว่า “Sochi” และ “2014” หมายถึงการพบปะกันที่ภูเขาและทะเล
  • ริโอเดจาเนโร 2016 – เป็นรูปหัวใจพิเศษ ในรูปแบบสามมิติ สื่อถึงความรัก, ความแข็งแกร่ง และความอบอุ่นของชาวบลาซิล
  • พย็องชัง 2018 –

ธง

ธงของพาราลิมปิกมีลักษณะพื้นหลังสีขาว และตรงกลางเป็นสัญลักษณ์ของพาราลิมปิก

ธงพาราลิมปิกในปัจจุบันถูกเชิญขึ้นสู่เสาครั้งแรงในการแข่งขันพาราลิมปิกฤดูหนาว ณ แวนคูเวอร์ ในปี พ.ศ. 2553

กีฬาพาราลิมปิก

ธงพาราลิมปิก

คบเพลิงและการวิ่งคบเพลิง

เมื่อถึง การแข่งขันพาราลิมปิกฤดูหนาว 2010 ประเทศเจ้าภาพได้มีการเสนอแนวคิดในการจุดคบเพลิงขึ้นในพาราลิมปิก เมื่อการแข่งขันพาราลิมปิกฤดูร้อน 2012 ได้มีการเสนอแนวคิดในการวิ่งคบเพลิง โดยจะนำไฟมาจากประเทศเจ้าภาพนั้น โดยการวิ่งคบเพลิงประเทศเจ้าภาพจะเป็นผู้กำหนดเส้นทางในการวิ่งคบเพลิง 1–2 วันก่อนที่จะนำไฟไปจุดบนกระถางคบเพลิงนั้น การวิ่งคบเพลิงจำเป็นที่จะต้องอยู่ในเมืองที่มีการเปิดมหกรรมพาราลิมปิกในเมืองเจ้าภาพนั้น ๆ เมื่อพิธีเปิดเริ่มขึ้นก็จะนำคบเพลิงไปจุดที่กระถางคบเพลิง พอถึงพิธีปิดการแข่งขัน ก็จะดับไฟบนกระถางคบเพลิงลง ถือว่าเป็นการปิดการแข่งขันอย่างเป็นทางการ

กีฬาพาราลิมปิก

ไฟจากกระถางคบเพลิงที่ใช้ในการแข่งขันพาราลิมปิกฤดูร้อน 2000

เหรียญรางวัล

เหรียญรางวัลพาราลิมปิกถือเป็นรางวัลของการแข่งขันพาราลิมปิก โดยที่มีเหรียญ 3 เหรียญ ได้แก่ เหรียญเงินชุบทอง (ส่วนใหญ่มักเรียกว่า เหรียญทอง ), เหรียญเงิน และเหรียญทองแดง ซึ่งจะมอบให้กับผู้ชนะ 3 คนสุดท้ายของการแข่งขันนั้น ๆ

สำหรับการแข่งขันพาราลิมปิก เหรียญรางวัลจะถูกออกแบบมาเพื่อสะท้อนถึงกีฬาเจ้าภาพ

กีฬาพาราลิมปิก

เหรียญรางวัลพาราลิมปิกของอิน ชาร์ป จากการแข่งขันที่ซิดนีย์ พ.ศ. 2543

เพลงสดุดี

เพลงชาติประจำพาราลิมปิก หรือที่รู้จักกันในชื่อว่า เพลงสดุดีพาราลิมปิก เป็นเพลงที่ใช้บรรเลงเมื่อมีการเชิญธงพาราลิมปิกขึ้นสู่ยอดเสา เพลงนี้เป็นเพลงบรรเลงในตอนแรก และใช้ชื่อว่า “Hymne de l’Avenir” ( “เพลงชาติแห่งอนาคต”) ประพันธ์ทำนองโดย ทีเลอร์ นานิส จนในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2539 IPC ได้อนุมัติให้เพลงนี้เป็นเพลงประจำพาราลิมปิก

ในเวลาต่อมา นักร้องสาวชาวออสเตรเลีย แจรม คาร์เนอร์ ได้เป็นผู้ประพันธ์คำร้องขึ้นมาเมื่อปี พ.ศ. 2544

About the Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may also like these

PowerFul By Rufeo