กองหลังแมนยูตัวใหม่

กองหลังแมนยูตัวใหม่

กองหลังแมนยูตัวใหม่

กองหลังแมนยูตัวใหม่

กองหลังแมนยูตัวใหม่

กองหลังแมนยูตัวใหม่  หลังจากที่เป็นข่าวหนาหูในที่สุด ราฟาเอล วาราน ปราการหลังตัวเก่าของทีมเรอัล มาดริดได้ทำการตัดสินใจย้ายไปร่วมทัพ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นเวลา 5 ปีและรับค่าเหนื่อยอยู่ที่ 12 ล้านยูโรต่อปี โอ้พระเจ้าค่าเหนื่อยขนาดนี้ถทอว่าค่อนข้างสูงเลยที่เดียวถ้าเทียบกับลีกฟุตบอลในประเทศไทย

ซึ่งทางด้านฝั่งของ เรอัล มาดริดต้องการค่าตัวในการปล่อยครั้งนี้ที่ 60 ล้านยูโร ขณะที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเสนอ 50 ล้ายูโรเท่านั้นพร้อมออฟชั่นเสริมตามมมาพร้อมกับขอเสนออีกมากมาย

อย่างไรก็ดีทางด้านของวารานนั้นได้มีการอำลาเพื่อนร่วมทีมเก่าแล้วและพร้อมที่จะบินมาที่อังกฤษสู่ โอลด์แทรฟฟอร์ด หรือโรงละครแห่งความฝัน นั้นเองซึงครั้งนี้จะเป็นบทิสูจน์ว่าเจ้าตัวจะผ่าด่านหินได้หรือไม่ เพราะว่าการเล่นในพรีเมียร์ลีกนั้นค่อนข้างจะหินเลยทีเดียวและมันจะบอกได้ว่าคุณเหมาะสมกับพรีเมียร์ลีกแค่ไหน

นักเตะที่ไม่ประสบความสำเร็จในพรีเมียร์ลีก อาทิเช่น

1.จอร์จ เวอาห์ (เชลซี, แมนฯซิตี้)

เจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ปี 1995 ย้ายมาเล่นในอังกฤษ 5 ปีต่อมาตอนที่เขามาอายุ 34 ปีแต่ไม่สามารถสร้างชื่อสมัยที่ค้าแข้งเป็นตำนานให้กับเอซี มิลาน ได้ เขาถูกเชลซียืมตัวไปใช้งานและยิงประตูในเกมเปิดตัวกับสเปอร์สพร้อมกับพาทีมคว้าแชมป์เอฟเอคัพได้ แต่ทว่าจิอันลูกา วิอัลลี กุนซือของเชลซีตอนนี้ไม่เลือกที่จะเซ็นสัญญาเขาถาวร ก่อนที่เวอาห์จะย้ายไปเล่นให้กับแมนฯซิตี้ พร้อมกับเป็นนักเตะที่รับค่าเหนื่อยสูงที่สุด 30,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ แต่เขาก็ไม่เป็นที่ชื่นชอบภายใต้การคุมทีมของ โจ รอยล์ และเวลาของเขาในอังกฤษก็จบลงในช่วงเวลาสั้นๆแค่นั้น

2.เปาโล ฟูเตร้ (เวสต์แฮม)

ในขนะที่ แฮร์รี เรดแนปป์ เป็นกุนซือของเวสต์แฮม เขาได้ลงทุนไปดูฟอร์มของอดีตนักเตะปอร์โต, แอตเลติโก มาดริด, มาร์กเซย์ และ เอซี มิลาน นามว่า เปาโล ฟูเตร้ ด้วยตัวเองก่อนที่เขาจะจัดให้แข้งรายนี้ติดระดับท็อปเท็นตั้งแต่ที่เคยเห็นมาพร้อมกับเซ็นสัญญามาร่วมทีม ซึ่งอย่างไรก็ตามตอนแรก ฟูเตร้ ปฏิเสธที่จะเล่นกับขุนค้อนจนกว่าเขาได้เสื้อเบอร์ 10 ไปสวมใส่แทนที่จะเป็นเบอร์ 16 แต่จากนั้นเขาก็ได้ลงเล่นให้กับขุนค้อนไปเพียง 9 เกมเท่านั้น ซึ่งนั่นก็ทำให้สตาร์จอมพเนจรคว้าน้ำเหลวไม่เป็นท่าทิ้งไว้เพียงแต่ชื่อในถิ่นอัพตันปาร์คไว้เท่านั้น

3. มาริโอ ยาร์เดล (โบลตัน วันเดอเรอร์ส)

แข้งดังชาวแซมบ้าย้ายมาเล่นให้กับโบลตันด้วยสถิติพังประตูถล่มทลายในยุโรปกับปอร์โต (ยิงไป 168 ลูกใน 161 เกม) พร้อมกับเป็นดาวซัลโวในทวีปยุโรปอีกด้วยอย่างไรก็ตามนับตั้งแต่ที่ ยาร์เดล ย้ายไปเล่นให้กับสปอร์ติง ลิสบอน ก็เริ่มมีปัญหานอกสนามจนต้นสังกัดรู้สึกเบื่อหน่ายก่อนจะยอมปล่อยตัวให้ แซม อัลลาไดซ์ กุนซือของโบลตันดึงตัวมาร่วมทีมด้วยราคาสุดถูก 1.5 ล้านปอนด์เท่านั้น

ซึ่งอย่างไรก็ตาม “บิ๊กแซม” กลับใช้งานพวกสตาร์รุ่นเก๋าอย่าง เจเจ โอโคชา เพลย์เมกเกอร์ตัวเทพชาวไนจีเรียรวมไปถึงอิบัน คัมโป แข้งชาวสเปน แต่กลับไม่ใช่ในรายของ ยาร์เดล โดยแข้งรายนี้ได้ทิ้งฟอร์มเก่งไปแล้วยิงได้เพียง 3 ประตูเท่านั้นรวมไปถึงมีปัญหาเรื่องสภาพน้ำหนักจนทำให้เขามักถูกล้อเลียนและไม่ประสบความสำเร็จในลีกผู้ดีได้อีก

4.เฟร์นันโด มอริเอนเตส (ลิเวอร์พูล)

อดีตแข้งเรอัล มาดริด มอริเอนเตส ก็ฟอร์มตกลงไปอย่างน่าใจหาย แต่จู่ๆเขาก็กลับมาเรียกชื่อเสียงให้กับตัวเองได้อีกครั้งด้วยการย้ายไปเล่นให้กับ โมนาโก ด้วยสัญญายืมตัวก่อนเป็นส่วนสำคัญพาทีมทะลุเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกเมื่อปี 2004 หกเดือนต่อมา หงส์แดง กระชากเขามาด้วยราคา 6.3 ล้านปอนด์ภายใต้การคุมทีมของ ราฟาเอล เบนิเตซ ซึ่งมองว่าการได้ตัวดาวยิงที่ได้รับรางวัลกองหน้าแห่งปีของยูฟ่าจะเป็นการลงทุนที่เหมาะสมของเขาแต่แล้วมันกลับไม่ใช่อย่างนั้น มอริเอนเตส ยิงได้เพียง 12 ลูกใน 18 เดือนในถิ่นแอนด์ฟิลด์ ก่อนที่หงส์แดงจะทนไม่ไหวยอมขายไปให้กับ บาเลนเซีย ด้วยราคาขาดทุนครึ่งราคาจากตอนที่ซื้อมา

5.อังเกล ดิมาเรีย (แมนฯยูไนเต็ด)

ปีกเวทมนต์ชาวอาร์เจนไตน์ซึ่งเป็นที่กล่าวขานถึงระดับฝีเท้าคุณภาพของเขาก่อนที่ ผีแดง จะยอมทุ่มเงินมหาศาลถึง 59.7 ล้านปอนด์ดึงตัวจาก เรอัล มาดริด มาร่วมทีมผีแดง ในยุคของ หลุยส์ ฟานกัล ยอมทุ่มเงินสถิติสโมสรเพื่อคว้าแข้งรายนี้มาร่วมทีมเพราะเชื่อว่าจะเข้ามายกระดับทีมได้ ซึ่งตอนแรกก็ยังเป็นนักเตะคนสำคัญแต่ตั้งแต่ได้รับบาดเจ็บกลับมาเจ้าตัวกลายเป็นส่วนเกินของชุดใหญ่ในทีม และด้วยความงอแงของตัวนักเตะทำให้เขาสิ้นสุดกับผีแดงเพียงแค่ 1 ปีหลังจากขายต่อไปให้กับ ปารีส แซงต์แชร์กแมง ด้วยราคาขาดทุนจากตอนแรก

รายชื่อนักเตะใหม่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ฤดูกาล 2021-2022 เท่านั้น

6. โรบินโญ (แมนฯซิตี้)

อดีตดาวรุ่งพุ่งแรงชาวแซมบ้าย้ายจาก เรอัล มาดริด มาเล่นให้กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยราคา 32.5 ล้านปอนด์ในปี 2008 ซึ่งเป็นวันเด๊ดไลน์การย้ายทีมพอดิบพอดี แม้ว่าเขาจะเริ่มฤดูกาลในพรีเมียร์ลีกด้วยการจบอันดับ 4 ของดาวซัลโวแต่ทว่าในฤดูกาลต่อมาชื่อของ โรบินโญ เริ่มหายเข้ากลีบเมฆหลังฟอร์มตกลงไปอย่างน่าใจหายจนต้องถูกปล่อยตัวไปให้กับ เอซี มิลาน และถูกส่งตัวต่อไปเล่นให้กับ ซานโตส ทีมบ้านเกิดในเวลาต่อมา

7.บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ (แมนฯยูไนเต็ด)

ตำนานแข้งของบาเยิร์น มิวนิก และทีมชาติเยอรมนีชุดแชมป์โลก ตัดสินใจย้ายจากเสือใต้ทีมที่ปั้นเขามาขึ้นเป็นตำนานย้ายมาเล่นให้กับผีแดงในช่วงซัมเมอร์ปี 2015 อย่างไรก็ตามจนถึงตอนนี้ ชื่อเสียงที่เขาสะสมมากลับมาพังทลายในถิ่นผีแดงเมื่อถูก โชเซ มูรินโญ กุนซือของทีมจับดองอย่างไม่ใยดี โดยลงสนามให้กับผีแดงเพียงแค่ 35 นัดก่อนจะถูกปล่อยตัวไปให้กับ ชิคาโก ไฟร์ ทีมจากสหรัฐอเมริกาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

8.ฆวน เซบาสเตียน เวรอน (แมนฯยูไนเต็ด, เชลซี)

แมนยูไนเต็ด ยอมทุ่มเงินคว้าตัว เพลย์เมกเกอร์เชิงสูงชาวอาร์เจนไตน์มาด้วยค่าตัวสูงถึง 28.1 ล้านปอนด์จาก ลาซิโอ ในปี 2001 แต่ถึงอย่างไร เวรอน กลับทิ้งฟอร์มระดับซุปเปอร์สตาร์อยู่ในลีกอิตาลีเท่านั้นเมื่อเขาย้ายมาเล่นในลีกผู้ดีแต่กลับทำผลงานได้อย่างยอดแย่จนผีแดงต้องยอมขายให้กับ เชลซี คู่แข่งร่วมลีกที่รับเซ้งต่อ 15 ล้านปอนด์ แต่ก็เหมือนเดิมฟอร์มเก่าของเขาไม่สามารถเรียกกลับมาได้แล้ว ซึ่งทำให้เขานั้นไม่ประสบความสำเร็จในลีกผู้ดีก่อนจะต้องเก็บข้าวของย้ายออกเกาะอังกฤษในรูปแบบเสียงเยาะเย้ยมากกว่าความทรงจำสมัยที่เขาพาลาซิโอผงาดคว้าสกูเด็ตโต้เสียอีกเลย

9.ราดาเมล ฟัลเกา (แมนฯยูไนเต็ด, เชลซี)

อีกอดีตนักเตะระดับเวิลด์คลาสที่เคยถูกยกให้เป็นนักเตะที่ดีที่สุดรองจาก คริสเตียโน โรนัลโด และ ลีโอเนล เมสซี จบลงไปตั้งแต่ที่เขาเข้าผ่าตัดที่หัวเข่า ชื่อเสียงเรียงนามที่สะสมสมัยที่ค้าแข้งให้กับ ปอร์โต, แอตเลติโก มาดริด ต่อเนื่องมาถึง โมนาโก ทำให้มีหลายทีมที่สนใจ และผีแดงก็เป็นทีมแรกในเกาะอังกฤษที่ประสบความสำเร็จดึงตัวแข้งรายนี้มาร่วมทีมตามมาด้วย เชลซี เป็นทีมที่สองที่ลองของยืมตัวมาใช้งานด้วยแต่ทว่าดาวยิงชาวโคลอมเบียไม่สามารถเรียกความมั่นใจกลับมาได้อีกแล้วผสมกับเจออาการบาดเจ็บรบกวนอย่างต่อเนื่องทำให้ฟอร์มการเล่นถดถอยเป็นอย่างมากโดยเขายิงได้เพียง 4 ประตูกับผีแดงและ 1 ประตูกับเชลซี ก่อนจะถูกปล่อยคืนให้กับ โมนาโก ต้นสังกัดปัจจุบันในเวลาต่อมา

10.อันเดร เชฟเชนโก (เชลซี)

หลังจากเชลซีได้ตัว เชฟเชนโก มาร่วมทีมเชลซีด้วยสถิติเกาะอังกฤษ 30.8 ล้านปอนด์ในปี 2006 แต่ทว่าเจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ปี 2004 ที่ย้ายมาจากเอซี มิลาน กับพบชีวิตในพรีเมียร์ลีกแบบนอนขวัญผวาฝันร้ายทุกคืน เนื่องด้วยดีกรีร้อนแรงและแฟนบอลเชลซีคาดหวังเป็นอย่างมากแต่กลับทำผลงานไม่เป็นชิ้นเป็นอันซะอย่างนั้น ตำนานแข้งชาวยูเครนยิงประตูในพรีเมียร์ลีกเพียงแค่ 9 ลูกซึ่งเฉลี่ยเป็นประตูละ 3.4 ล้านปอนด์ตลอด 2 ปี ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในถิ่นสแตมฟอร์ดบริดจ์ก่อนจะถูกปล่อยให้กับ มิลาน อดีตต้นสังกัดยืมตัวไปใช้งานในอีก 2 ปีต่อมา และกระเด็นกลับบ้านเกิดไปซบ ดินาโม เคียฟ จนแขวนสตั๊ดในปี 2012

สุดท้ายนี้ขอบอกเลยว่าการที่เราจะประสบความสเร็จนั้นมันไม่ได้อยู่ที่ตัวเราเพียงอย่างเดียว ต้องอาศัยทั้งเพื่่อนร่วมทีมและสตาฟโค๊ชที่ต้องร่วมมือกันและทำมันให้ดีที่สุด

 

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may also like these

PowerFul By Rufeo