กติกาการเล่นโปโลน้ำ

กติกาการเล่นโปโลน้ำ

กติกาการเล่นโปโลน้ำ

กติกาการเล่นโปโลน้ำ

กติกาการเล่นโปโลน้ำ

หากลองนึกกันเล่นๆ ถึงการแข่งขันกีฬาทางน้ำคนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงการแข่งขันว่ายน้ำ, ระบำใต้น้ำ เสียมากกว่า แต่ถ้าลองนึกดีๆ การแข่งขันกีฬาทางน้ำที่มีความสนุกสนาน เล่นกันเป็นทีม มีความน่าสนใจอย่างมากอีกประเภทหนึ่งนั่นคือ กีฬาโปโลน้ำ กีฬาที่อาจไม่โด่งดังมากแต่ถือว่าได้รับความนิยมในระดับน่าสนใจไม่น้อย กีฬาประเภทนี้ลองคิดตามง่ายๆ คือเหมือนกับเปลี่ยนวิธีการเล่นลูกบอลบนบกไปเล่นใต้น้ำ แถมยังเป็นกีฬาในน้ำชนิดเดียวที่มีลูกบอลเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

ประวัติกีฬาโปโลน้ำ
อย่างที่กล่าวไปว่านี่คือกีฬาในน้ำชนิดเดียวที่ใช้อุปกรณ์อย่างลูกบอลในการเล่น จุดเริ่มต้นของการเล่นกีฬาประเภทนี้มาจากประเทศอังกฤษ ช่วงปี 1860 กลุ่มที่คิดค้นกีฬาชนิดนี้ขึ้นมาคือกลุ่มนักกีฬาทางน้ำชาวอังกฤษ เนื่องจากว่าพวกเขาต้องการหากิจกรรมในการช่วยผ่อนคลายความเครียด ความเบื่อหน่าย พร้อมทั้งสร้างความสนุกสนานให้กับชีวิต อีกทั้งยังเป็นการคิดค้นเพื่อสร้างความสนุกสนานให้กับคนที่เข้ามาดูการแข่งขันว่ายน้ำ กระนั้นในการคิดค้นครั้งแรกๆ ไม่ได้ปรากฏหลักฐานว่ามีคนชื่นชอบมากน้อยขนาดไหน ตอนเริ่มต้นพวกเขามีแค่ฝั่งละ 3 คน การทำคะแนนคือทำยังไงก็ได้ให้บอลตกไปอยู่บนแพของอีกฝ่าย มีระยะห่างกัน 60 หลา ตอนนั้นยังไม่มีผู้รักษาประตู มีผู้ตัดสิน 1 คน ผู้ตัดสินประตู 2 คน ผู้เล่นต้องนำบอลไปวางไว้ตรงจุดกึ่งกลางแพ จะกระโดดหรือดำน้ำไปได้ทั้งหมด อีกทั้งตอนนั้นยังแบ่งเวลาออกเป็น 2 ครึ่ง ครึ่งละ 7 นาที กระทั่งปี 1880 เกิดการโต้แย้งของทีมชาติอังกฤษกับสกอตแลนด์เกี่ยวกับเรื่องของกฎต่างๆ ที่ถูกสร้างขึ้นมา ดังนั้นเพื่อให้กฎต่างๆ เข้าใจตรงกันมากขึ้นปี 1885 สมาคมนักว่ายน้ำสมัครเล่นของอังกฤษมีการปรับปรุงกฎการแข่งขันใหม่ และทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันจะต้องปฏิบัติตามกฎดังกล่าวอย่างเคร่งครัดด้วย

กติกาพื้นฐานในการเล่น โปโลน้ำ
ตำแหน่งเริ่มเกม ผู้เล่นต้องห่างจากเสาประตู 1 ม. อนุญาตให้มีคนอยู่บริเวณเสาได้ 2 คน
เมื่อผู้ตัดสินเป่าเริ่มเกมพร้อมโยนบอลกึ่งกลางสระผู้เล่นสองทีมต้องรีบว่ายน้ำเอาลูกให้เร็วที่สุด เพื่อฝั่งตนเองจะได้ครองลูกพร้อมทำเกมบุกไปยังฝ่ายตรงข้าม พยายามยิงประตูอีกฝ่ายให้ได้
เวลาการแข่งขันแบ่งออกเป็น 4 ช่วง ช่วงละ 5 นาที แต่ไม่รวมเวลาที่เสียไป หมายถึงหากบอลหยุดเล่นจะหยุดการจับเวลา ระหว่างแข่งเปลี่ยนแดนให้พักได้ 2 นาที
ขนาดสระว่ายน้ำสำหรับเล่นโปโลน้ำ กว้างระหว่าง 8-20 ม. ยาวระหว่าง 20-30 ม. น้ำลึกขั้นต่ำ 90 ซม.
ประตูทำจากไม้หรือโลหะสี่เหลี่ยมจัตุรัสกว้าง 3 x 3 นิ้ว วัดด้านในห่างกัน 3 ม. คานสูงจากพื้นน้ำวัดได้ 90 ซม.
การยิงเข้าประตู 1 ครั้งถือเป็น 1 คะแนน หากใครยิงได้เยอะกว่าถือว่าชนะการแข่งขันครั้งนั้นไปเลย
การส่งลูกส่งได้หลายแบบ ส่งด้วยการกระตุกข้อมือ (Wrist flip), การส่งลูก Back hand, การส่งลูก Roll over, การส่งลูก Side arm ได้ทั้งหมดไม่ถือว่าผิดกติกาใดๆ ทั้งสิ้น
ประโยชน์จากการเล่นกีฬาโปโลน้ำ
ฝึกทักษะเรื่องของการว่ายน้ำให้ดีขึ้นมากกว่าเดิม เพราะมันไม่ใช่แค่ว่ายอย่างเดียวแต่ยังต้องมีความแข็งแกร่ง ความรวดเร็วด้วย
สร้างความแข็งแรงให้กับร่างกายเพราะอยู่ในน้ำจะยิ่งออกกำลังได้ดีกว่าบนบกหลายเท่าตัวทีเดียว
สร้างไหวพริบปฏิภาณในการเล่น ดูให้ออกว่าจังหวะนี้ควรโยนบอลอย่างไรเพื่อให้โอกาสเข้าประตูจนกลายเป็นผู้ชนะไปในที่สุด
มารยาทในการเล่นกีฬาโปโลน้ำ
เคารพกฎกติกาทุกอย่างแบบเคร่งครัด การตัดสินของกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด
ไม่ตั้งใจทำร้ายคู่แข่งขันด้วยวิธีการต่างๆ
แต่งกายให้ถูกต้องเหมาะสม
ไม่เยาะเย้ย ถากถาง พูดจาหรือกระทำการดูถูกฝ่ายตรงข้ามกรณีที่ตนเองเป็นฝ่ายชนะและอีกฝ่ายคือผู้แพ้
มีน้ำใจนักกีฬาให้กับทุกคนอยู่เสมอ รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย ในการเล่น เมื่อจบเกมทุกคนคือเพื่อนที่ดีต่อกัน
หากมีนักกีฬาบาดเจ็บไม่ว่าฝ่ายใดต้องรีบเข้าไปให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นก่อนในลำดับแรก

การพัฒนาการเล่นโปโลน้ำ
สิ่งที่เรียน (What) : การเล่นและการพัฒนากการเล่น WaterPolo (โปโลน้ำ)

เป็นกีฬาทางน้ำประเภททีม ทีมหนึ่งประกอบด้วยผู้เล่น 6 คน และผู้รักษาประตูอีก 1 คน นักโปโลน้ำที่ดีนั้นจะต้องเป็นผู้ที่มีความสามารถในการว่ายน้ำได้ดีเป็นพื้น ฐานมาก่อน จะต้องว่ายได้เร็ว ร่างกายจะต้องแข็งแรง และมีความอดทนในการว่ายน้ำได้เป็นเวลานานๆ โดยไม่ต้องพัก นอกจากมีทักษะในการว่ายน้ำที่ดีแล้ว นักโปโลน้ำควรจะมีพื้นฐานในกีฬา ประเภทนี้มาก่อน เช่น บาสเก็ตบอล วอลเล่ย์บอล

วิธีการเรียน (How) : การส่งและการรับลูก

การส่งและการรับลูกบอลในกีฬาโปโลน้ำนั้น ตามกติการอนุญาติให้ใช้ได้เพียงมือเดียว (ขวาหรือซ้าย ยกเว้นผู้รักษาประตูใช้ได้ทั้ง 2 มือ) และห้ามกดลูกบอลลงใต้น้ำ ดังนั้นในการฝึกรับและส่งลูกบอลจะต้องฝึกให้เกิดความชำนาญ และความแม่นยำจึงจะเล่นได้ดี เช่น
* ส่งลูกระยะไกลหรือลูกโด่ง Lob
* การส่งลูกพุ่ง

นอกจากนั้นยังมีวิธีการส่งลูกและการขว้างลูกอีกหลายวิธีเช่น
1. ส่งด้วยการกระตุกข้อมือ (Wrist flip)
2. การส่งลูก Back hand
3. การส่งลูก Roll over
4. การส่งลูก Side arm

ผลการเรียน (outcome) : ผมสามารถ ส่งบอลให้กับเพื่อนร่วมทีมได้อย่างแม่นยำขึ้น เร็วขึ้น และหลากหลายขึ้น ทำให้ทีมตรงข้ามจับทางการส่งบอลได้ยากขึ้น

ข้อคิดที่ได้จากประสบการณ์ (reflection): สำหรับผมผู้ที่เล่นเป็นผู้รักษาประตู การส่งบอลก็สำคัญแต่การลอยตัวในน้ำได้นานๆ และ Take ตัวขึ้นโผล่พ้นน้ำได้ค่อนข้างสูงและหลายครั้ง เคลื่อนไหวรวดเร็ว สายตาว่องไว ประตูเปรียบเสมือนกระดูกสันหลังของทีมเพราะว่าผู้รักษาประตู คือคนที่คอยคุมเกมส์ของทีมตัวเองเพราะว่าเห็นผู้เล่นของทั้งสองฝ่าย

 

เวลา (Times)

เวลาที่ใช้ในการแข่งขันจะต้องแบ่งเป็น 4 ช่วงเวลาๆละ 5 นาที (ทั้งนี้ไม่นับเวลาที่เสียไป) ชุดแข่งขันจะต้องเปลี่ยนแดนทุกๆช่วงเวลา ในระหว่างการเปลี่ยนแดนให้พัก 2 นาที เมื่อทีมเราได้ลูกบอลแล้วทีมเราก็มีเวลาในการบุก 30 วินาที ภายใน 30 วินาทีนี้ถ้าทำประตูไม่ได้ก็ต้องรีบว่ายลงมาตั้งรับเพราะอีกฝ่ายหนึ่งเขากำลังจะบุกบ้าง

About the Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may also like these

PowerFul By Rufeo