กฎกติกาการเล่นกอล์ฟ

กฎกติกาการเล่นกอล์ฟ

กฎกติกาการเล่นกอล์ฟ

กฎกติกาการเล่นกอล์ฟ

กฎกติกาการเล่นกอล์ฟ

กฎข้อ 1 การเล่น

1-1. ทั่วไป

กีฬากอล์ฟประกอบด้วยการเล่นลูกหนึ่งลูกจากแท่นตั้งทีไปลงหลุมด้วยการตีหนึ่งครั้ง หรือหลายครั้งต่อเนื่องกันตามกฎข้อบังคับ

1-2. การทำให้เกิดผลกระทบต่อลูก

ผู้เล่นหรือแคดดี้จะต้องไม่กระทำการใดๆอันมีผลกระทบต่อตำแหน่งหรือการเคลื่อนที่ของลูก เว้นแต่การกระทำภายใต้กฎข้อบังคับเท่านั้น (การเคลื่อนย้ายสิ่งกีดขวางที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ ให้ดูกฎข้อ 24-1)

การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎข้อ 1-2
การเล่นแบบแมทช์เพลย์ – ปรับเป็นแพ้ในหลุมนั้น
การเล่นแบบสโตรคเพลย์ – ปรับสองแต้ม

หมายเหตุ ถ้าเป็นการละเมิดกฎข้อ 1-2 อย่างร้ายแรง คณะกรรมการอาจกำหนดให้ปรับโทษด้วยการตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน

1-3. การสมยอมเพื่อละเว้นการบังคับใช้กฎข้อบังคับ

ผู้เล่นจะต้องไม่สมยอมกันเพื่อละเว้นการปฏิบัติตามกฎข้อบังคับใดๆ หรือละเว้นการปรับโทษที่เกิดขึ้น

การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎข้อ 1-3
การเล่นแบบแมทช์เพลย์ – ตัดสิทธิ์ทั้งสองฝ่ายจากการแข่งขัน
การเล่นแบบสโตรคเพลย์ – ตัดสิทธิ์ผู้เข้าแข่งขันที่เกี่ยวข้องจากการแข่งขัน

(การสมยอมกันเพื่อเล่นผิดลำดับในการเล่นแบบสโตรคเพลย์ -ดูกฎข้อ 10-2ค )

1-4. เรื่องที่ไม่ได้ครอบคลุมโดยกฎข้อบังคับ

หากเกิดการขัดแย้งในเรื่องใดที่ไม่ได้ครอบคลุมโดยกฎข้อบังคับนี้ การตัดสินจะต้องเป็นไปตามหลักความยุติธรรม

 

กฎข้อ 2 กฎกติกาการเล่นกอล์ฟ แบบแมทช์เพลย์

2-1. ผู้ชนะของแต่ละหลุม และการคิดผลการเล่นเป็นหลุม

การเล่นแบบแมทช์เพลย์ คือ การแข่งขันที่นับเป็นหลุม

ฝ่ายที่ชนะ คือ ฝ่ายที่ตีลูกลงหลุมด้วยจำนวนน้อยครั้งกว่าในหลุมใดหลุมหนึ่ง ส่วนในแมทช์ที่ใช้แฮนดี้แคป (handicap แปลว่า แต้มต่อ) ฝ่ายที่ชนะของหลุมนั้นๆคือฝ่ายที่ทำแต้มสุทธิน้อยกว่า เว้นแต่กฎข้อบังคับกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

การคิดผลการเล่นให้นับโดยใช้คำว่า “นำอยู่ (กี่หลุม)” หรือ “เสมอกันอยู่” และ “ยังเหลือ (อีกกี่หลุม)

ฝ่ายที่ได้ “ดอร์มมี่ (dormie)” คือฝ่ายที่ชนะจำนวนหลุมไปแล้วเท่ากับจำนวนหลุมที่เหลือให้เล่น

2-2. เสมอกันครึ่งหลุม (Halved Hole)

เมื่อแต่ละฝ่ายเล่นจบหลุมใดหลุมหนึ่งด้วยจำนวนการตีที่เท่ากัน ให้เสมอกันโดย ในกรณีที่ผู้เล่นหนึ่งได้เล่นจบหลุมไปแล้วและโดนปรับโทษ โดยฝ่ายตรงข้ามยังต้องเล่นเพื่อเสมอกัน ให้ถือว่าเสมอกันในหลุมนั้น

2-3. ผู้ชนะแมทช์

แมทช์ (ประกอบด้วย รอบที่กำหนด เว้นไว้แต่ คณะกรรมการ ประกาศไว้เป็นอย่างอื่น) ฝ่ายที่ชนะคือ ฝ่ายที่ชนะด้วยจำนวนหลุมที่มากกว่าจำนวนหลุมที่เหลือที่จะต้องเล่น

ในกรณีที่ยังเสมอกัน คณะกรรมการ อาจขยายรอบที่กำหนดออกไปอีกกี่หลุมก็ได้เท่าที่จำเป็น เพื่อให้แมทช์ปรากฎผลแพ้ชนะ

2-4. การยอมแพ้ แต้มต่อไป หลุม หรือแมทช์

เมื่อลูกของฝ่ายตรงข้ามหยุดอยู่ หรือถือว่าลูกหยุดแล้วตามกฎข้อ 16-2 ผู้เล่นอาจยินยอมให้ฝ่ายตรงข้ามไม่ต้องเล่นต่อ และถือว่าฝ่ายตรงข้ามได้เล่นจบหลุมนั้นๆแล้ว และอาจจะนำลูกออกไปโดยฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดด้วยไม้กอล์ฟ หรือด้วยวิธีอื่น

ผู้เล่นอาจจะขอยอมแพ้ในหลุมใดหลุมหนึ่งก่อนสิ้นสุดการเล่นหลุมนั้น หรือขอยอมแพ้แมทช์เมื่อใดก็ได้ก่อนสิ้นสุดการเล่นแมทช์ และผู้เล่นไม่อาจปฏิเสธ หรือเพิกถอน การยินยอมให้แต้ม หรือให้ชนะในหลุมใด หรือยอมแพ้การเล่นแมทช์ไปแล้ว

2-5. การอ้างสิทธิ์

ถ้ามีข้อสงสัย หรือมีข้อขัดแย้ง ระหว่างผู้เล่นในการเล่นแบบแมทช์เพลย์ และไม่มีผู้แทนซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดย คณะกรรมการ อยู่ในที่นั้นในเวลาอันควร ผู้เล่นจะต้องเล่นต่อไปโดยไม่ชักช้า การอ้างสิทธิ์ใดๆก็ตามซึ่งจะให้คณะกรรมการพิจารณา ต้องกระทำก่อนผู้เล่นฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด เล่นบน แท่นตั้งที ของหลุมต่อไป หรือในกรณีที่เล่นหลุมสุดท้าย จะต้องกระทำก่อนที่ผู้เล่นทุกคนเดินลงจากกรีน

การอ้างสิทธิ์ในภายหลังจะต้องไม่ได้รับการพิจารณา เว้นแต่ว่าการอ้างสิทธิ์นั้นเกิดจากความเป็นจริงที่ผู้อ้างสิทธิ์ไม่ได้ทราบมาก่อน และผู้อ้างสิทธิ์ได้รับข้อมูลผิดพลาดจากฝ่ายตรงข้าม (กฎข้อ 6-2ก และกฎข้อ 9) ไม่ว่ากรณีใดๆก็ตาม การอ้างสิทธิ์ภายหลังจากประกาศผลของแมทช์อย่างเป็นทางการแล้ว จะไม่ได้รับการพิจารณา นอกจากว่า คณะกรรมการ ได้รับการชี้แจงจนเป็นที่พอใจว่าฝ่ายตรงข้ามได้รู้ว่าตนบอกข้อมูลผิดพลาด

2-6. การปรับโทษทั่วไป

การปรับโทษสำหรับการละเมิด กฎข้อบังคับ ในการเล่นแบบแมทช์เพลย์คือ ปรับผู้เล่นเป็นแพ้ในหลุมที่เล่น เว้นแต่กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

กฎข้อ 3 กฎกติกาการเล่นกอล์ฟ  แบบสโตรคเพลย์

3-1. ผู้ชนะ

เมื่อเล่นครบรอบ หรือเล่นครบหลายๆรอบที่กำหนด ผู้เข้าแข่งขันซึ่งทำแต้มได้จากการตีจำนวนน้อยครั้งที่สุดคือผู้ชนะ

3-2. การไม่เล่นลูกให้จบหลุม

ถ้าผู้เข้าแข่งขันไม่เล่นลูกจนจบลงในหลุมใดก็ตาม และไม่แก้ไขความผิดพลาดก่อนการตีบนแท่นตั้งทีของหลุมต่อไป หรือก่อนลงจากกรีนของหลุมสุดท้ายของรอบที่เล่น ผู้เข้าแข่งขันจะต้องถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน

3-3. ข้อสงสัยในการปฏิบัติตามขั้นตอน

ก. การปฏิบัติตามขั้นตอน

เฉพาะในการแข่งขันแบบสโตรคเพลย์เท่านั้น ระหว่างที่เล่นในหลุมใดหลุมหนึ่ง เมื่อผู้เข้าแข่งขันเกิดความสงสัยในสิทธิ์ของตน หรือมีความสงสัยในการปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎข้อบังคับ ผู้เข้าแข่งขันอาจใช้ลูกที่สอง เล่นได้อีกหนึ่งลูกโดยไม่มีการปรับโทษ เมื่อมีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้น ผู้เข้าแข่งขันควรแจ้งมาร์คเกอร์ หรือผู้ร่วมแข่งขัน ก่อนที่จะกระทำการใดๆลงไป ในการตัดสินใจที่จะนำกฎข้อนี้มาใช้ และควรแจ้งว่าจะนับแต้มลูกใดถ้าการปฏิบัติของลูกนั้นถูกต้องตามกฎข้อบังคับ

ผู้เข้าแข่งขันจะต้องรายงานความเป็นจริงต่อคณะกรรมการก่อนส่งมอบสกอร์การ์ด นอกเสียจากว่าแต้มของทั้งสองลูกเท่ากัน และหากไม่ปฏิบัติตามนี้ ผู้เข้าแข่งขันจะต้องถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน

ข. การกำหนดแต้มของหลุม

ถ้ากฎข้อบังคับอนุญาตให้ปฏิบัติตามขั้นตอนท่ได้เลือกไว้ล่วงหน้าแล้ว จะต้องนับแต้มของลูกที่เลือกไว้เป็นแต้มจริงของหลุมนั้น ถ้าผู้เข้าแข่งขันไม่แจ้งล่วงหน้าในการตัดสินใจที่จะนำกฎข้อนี้มาใช้ หรือไม่แจ้งล่วงหน้าในการเลือกลูกใดลูกหนึ่งของตน จะต้องนับแต้มของลูกเดิม หรือถ้าลูกเดิมไม่ใช่หนึ่งในสองลูกที่กำลังใช้เล่น ลูกแรกที่นำมาใช้เล่นจะต้องนับเป็นแต้มของหลุมนั้น การนับในสองกรณีดังกล่าว จะต้องนับลูกที่กฎข้อบังคับอนุญาตให้ปฏิบัติได้สำหรับการเล่นลูกนั้นๆ

หมายเหตุ 1 ถ้าผู้เข้าแข่งขันเล่นลูกที่สอง ไม่นับแต้มปรับโทษที่เกิดขึ้นเฉพาะการเล่นลูกที่ใช้กฎข้อบังคับตัดสินไปแล้ว และจะต้องไม่คำนึงถึงแต้มที่ทำได้ในภายหลังด้วยลูกนั้น

หมายเหตุ 2 ลูกที่สองที่ใช้เล่นตามกฎข้อ 3-3 นี้ ไม่ใช่เป็นลูกสำรองภายใต้กฎข้อ 27-2

3-4. การปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามกฎข้อบังคับ

ถ้าผู้เข้าแข่งขันปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามกฎข้อบังคับ และไปละเมิดสิทธิ์ของผู้เข้าแข่งขันอีกคนหนึ่ง ผู้เข้าแข่งขันจะต้องถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน

3-5. การปรับโทษทั่วไป

การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎข้อบังคับในการเล่นแบบสโตรคเพลย์คือ ปรับสองแต้ม เว้นแต่กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

ไม้กอล์ฟ และลูกกอล์ฟ

เดอะ รอแยล แอนด์ เอนเชี่ยน กอล์ฟคลับ ออฟ เซนต์ แอนดรูวส์ สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงกฎข้อบังคับ และในการทำ หรือในการแปลความหมายเกี่ยวกับไม้กอล์ฟ ลูกกอล์ฟ และอุปกรณ์อื่นๆเมื่อใดก็ได้

กฎข้อ 4 กฎกติกาการเล่นกอล์ฟ  ไม้กอล์ฟ

หากผู้เล่นสงสัยว่าไม้กอล์ฟอันใดจะสอดคล้องกับกฎข้อบังคับหรือไม่ ควรปรึกษากับเดอะ รอแยล แอนด์ เอนเชี่ยน กอล์ฟคลับ ออฟ เซนต์ แอนด์รูวส์

ผู้ผลิตควรส่งตัวอย่างไม้กอล์ฟที่จะทำการผลิตไปยัง เดอะ รอแยล แอนด์ เอนเชี่ยน กอล์ฟคลับ ออฟ เซนต์ แอนดรูวส์ เพื่อวินิจฉัยว่าไม้กอล์ฟนั้นเป็นไปมีคุรลักษณะสอดคล้องกับกฎข้อบังคับหรือไม่ ถ้าผู้ผลิตไม่ส่งตัวอย่างก่อนทำการผลิต และ/หรือก่อนการทำตลาด ให้ถือว่าเป็นการเสี่ยงต่อการวินิจฉัยว่าไม้กอล์ฟนั้นๆไม่เป็นไปตามกฎข้อบังคับ ตัวอย่างใดก็ตามที่ส่งมา จะตกเป็นสมบัติของ เดอะ รอแยล แอนด์ เอนเชี่ยน กอล์ฟคลับ ออฟ เซนต์ แอนดรูวส์ เพื่อจุดประสงค์ในการอ้างอิงต่อไป

4-1. รูปแบบ และการทำไม้กอล์ฟ

ก. ทั่วไป

ไม้กอล์ฟของผู้เล่นจะต้องสอดคล้องกับกฎข้อบังคับ ข้อกำหนด ข้อมูลจำเพาะ และการแปลความหมายต่างๆดังที่กำหนดไว้ในภาคผนวก 2

ข. การสึกหรอ และการดัดแปลง

ไม้กอล์ฟถือว่าสอดคล้องกับกฎข้อบังคับ ตั้งแต่ยังใหม่อยู่จนถึงสึกหรอจากการเล่นตามปกติ และหากส่วนหนึ่งส่วนใดของไม้กอล์ฟได้รับการแก้ไขโดยเจตนา ให้ถือเสมือนว่าเป็นไม้กอล์ฟอันใหม่ และสภาพของไม้ที่ได้รับการแก้ไขนั้น ต้องสอดคล้องกับกฎข้อบังคับ

4-2. ลักษณะการเล่นที่เปลี่ยนไป และวัสดุแปลกปลอม

ก. ลักษณะการเล่นที่เปลี่ยนไป

ระหว่างรอบที่กำหนด ลักษณะต่างๆในการเล่นของไม้ที่ใช้เล่นจะต้องไม่ถูกเปลี่ยนแปลงไปโดยเจตนาด้วยการปรับแต่ง หรือด้วยวิธีอื่นๆ

ข. วัสดุแปลกปลอม

ต้องไม่ใช้วัสดุแปลกปลอมติดกับหน้าไม้ เพื่อจุดประสงค์ในการทำให้เกิดผลต่อการเคลื่อนที่ของลูก

การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎข้อ 4-1 หรือ -2
ตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน

4-3. ไม้กอล์ฟที่เสียหาย การซ่อม และการนำไม้กอล์ฟมาทดแทน

ก. ความเสียหายที่เกิดจากการเล่นตามปกติ

ระหว่างรอบที่กำหนด ถ้าไม้กอล์ฟของผู้เล่นได้รับความเสียหายจากการเล่นตามปกติ ผู้เล่นอาจ

(1) ใช้ไม้ตามสภาพที่เสียหายนั้นต่อไปในช่วงที่เหลือของรอบที่กำหนด หรือ

(2) ซ่อมไม้ได้โดยไม่ทำให้การเล่นชักช้า หรือ

(3) เพื่อเป็นทางเลือกเพิ่มให้เฉพาะไม้ที่ไม่เหมาะที่จะใช้เล่น ให้นำไม้อื่นมาทดแทนได้ ทั้งนี้ การนำไม้อันใดอันหนึ่งมาทด

แทน ต้องไม่ทำให้การเล่นล่าช้า และต้องไม่ใช่การยืมไม้ที่บุคคลอื่นในสนามใช้เล่นอยู่มาแทน

การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎข้อ 4-3ก
ดูข้อความเกี่ยวกับการปรับโทษในกฎข้อ 4-4ก หรือ ข

หมายเหตุ ไม้กอล์ฟที่ถือว่าไม่เหมาะที่จะใช้เล่น ถ้าได้รับความเสียหายมาก ยกตัวอย่างเช่น ก้านไม้หัก หรือหัวไม้หลวม หรือหลุด หรือผิดรูปร่าง ไม่ถือว่าไม้ไม่เหมาะที่จะใช้เล่นต่อไปได้ถ้าเพียงแค่ ก้านไม้งอ มุมของสันไม้ หรือมุมองศาของหน้าไม้ได้เปลี่ยนไป หรือมีรอยขีดข่วนบนหัวไม้

ข. ความเสียหายนอกเหนือจากการเล่นตามปกติ

ระหว่างรอบที่กำหนด ถ้าไม้ของผู้เล่นได้รับความเสียหายนอกเหนือจากการเล่นตามปกติ ทำให้สภาพของไม้ไม่สอดคล้องกับกฎข้อบังคับ หรือทำให้ลักษณะในการเล่นเปลี่ยนไป ผู้เล่นจะต้องเลิกใช้ไม้นั้นทันที และจะต้องไม่นำไม้อื่นมาแทนไม้อันนั้นในระหว่างรอบ

ค. ความเสียหายก่อนออกรอบ

ผู้เล่นอาจใช้ไม้ที่เสียหายก่อนออกรอบ แต่มีเงื่อนไขว่าไม้ที่อยู่ในสภาพความเสียหายนั้นยังคงสอดคล้องกับกฎข้อบังคับ

ความเสียหายของไม้ที่เกิดขึ้นก่อนออกรอบ อาจได้รับการซ่อมแซมระหว่างรอบ แต่มีเงื่อนไขว่าลักษณะในการเล่นไม่เปลี่ยนแปลงไป และไม่ทำให้การเล่นล่าช้า

การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎข้อ 4-3ข หรือ ค
ตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน

(การเล่นช้า ดูกฎข้อ 6-7)

4-4. จำนวนไม้กอล์ฟมากที่สุดสิบสี่อัน

ก. การเลือกไม้ และการเพิ่มจำนวนไม้กอล์ฟ

ผู้เล่นจะต้องเริ่มเล่นรอบที่กำหนดด้วยจำนวนไม้ไม่เกินสิบสี่อัน และจำกัดให้ผู้เล่นใช้ไม้ที่เลือกนำมาใช้เล่นตลอดรอบนั้น ยกเว้นถ้าผู้เล่นเริ่มเล่นด้วยจำนวนไม้น้อยกว่าสิบสี่อัน ให้ผู้เล่นเพิ่มจำนวนไม้ได้ แต่มีเงื่อนไขว่าจำนวนไม้ทั้งหมดต้องไม่เกินสิบสี่อัน

การเพิ่มจำนวนไม้กอล์ฟดังกล่าว ต้องไม่ทำให้การเล่นล่าช้า (กฎข้อ 6-7) และต้องไม่ยืมไม้ที่บุคคลอื่นในสนามใช้เล่นอยู่

ข. พาร์ทเน่อร์อาจใช้ไม้กอล์ฟร่วมกัน

พาร์ทเน่อร์อาจใช้ไม้ร่วมกันได้ แต่มีเงื่อนไขว่าจำนวนไม้ทั้งหมดที่พาร์ทเน่อร์มีอยู่แล้ว รวมกับไม้ที่นำมาใช้ร่วมกันต้องไม่เกินสิบสี่อัน

การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎข้อ 4-4ก หรือ 4-4ข
โดยไม่คำนึงถึงจำนวนไม้ส่วนเกินที่มีอยู่แล้ว

การเล่นแบบแมทช์เพลย์ – เมื่อเล่นจบหลุม และพบว่ามีการละเมิด จะต้องปรับสภาพแมทช์เพลย์ โดยปรับหนึ่งหลุมสำหรับแต่ละหลุมที่มีการละเมิด ทั้งนี้ ให้ปรับจำนวนหลุมได้มากที่สุด สองหลุมต่อรอบ

การเล่นแบบสโตรคเพลย์ – ปรับสองแต้มสำหรับแต่ละหลุมที่มีการละเมิด ให้มีโทษปรับสูงสุดเพียง สี่แต้มต่อรอบ

การแข่งขันประเภทโบกี้ พาร์ – การปรับโทษเหมือนการแข่งขันแบบแมทช์เพลย์

การแข่งขันประเภทสเตเบิ้ลฟอร์ด – ดูหมายเหตุ 1 ในกฎข้อ ข้อ 32-1ข

ค. แจ้งไม่ใช้ไม้กอล์ฟส่วนเกินในการเล่น

ไม้กอล์ฟอันใดที่ได้นำไป หรือได้ใช้ และเป็นการละเมิดกฎข้อนี้ ผู้เล่นจะต้องแจ้งยกเลิกการใช้ทันทีเมื่อพบว่าละเมิดกฎข้อบังคับ และหลังจากนั้น ผู้เล่นจะต้องไม่นำมาใช้อีกต่อไปในระหว่างรอบนั้น

การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎข้อ 4-4ค
ตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน

กฎข้อ 5 ลูกกอล์ฟ

5-1. ทั่วไป

ผู้เล่นจะต้องใช้ลูกกอล์ฟที่สอดคล้องกับข้อกำหนดจำเพาะในภาคผนวก 3

หมายเหตุ คณะกรรมการอาจกำหนดเงื่อนไขที่ใช้ในการแข่งขัน (กฎข้อ 33-1) ว่าลูกที่ผู้เล่นใช้ ต้องมีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อลูกกอล์ฟ และสอดคล้องกับลูกกอล์ฟที่ระบุโดย เดอะ รอแยล แอนด์ เอนเชี่ยน กอล์ฟคลับ ออฟ เซนต์ แอนดรูวส์ ฉบับปัจจุบัน

5-2. วัสดุ แปลกปลอม

ต้องไม่ใช้วัสดุแปลกปลอมติดกับลูก เพื่อจุดประสงค์ที่จะเปลี่ยนลักษณะการเล่น

การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎข้อ 5-1 หรือข้อ 5-2
ตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน

5-3. ลูกไม่เหมาะที่จะใช้เล่น

ถ้ามองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าลูกมีรอยแตก รอยร้าว หรือผิดรูปร่าง จึงจะถือว่าเป็นลูกไม่เหมาะที่จะใช้เล่น ส่วนลูกที่มีโคลนหรือวัสดุอื่นติดอยู่ มีรอยขีด หรือมีรอยครูดที่ผิวเปลือก หรือสีกะเทาะ หรือสีจางไป ไม่ถือว่าเป็นลูกไม่เหมาะที่จะใช้เล่น

ถ้าผู้เล่นมีเหตุผลที่เชื่อได้ว่าลูกของตนเป็นลูกไม่เหมาะที่จะใช้เล่นในระหว่างที่กำลังเล่นอยู่ในหลุมนั้น ผู้เล่นอาจหยิบลูกขึ้นมาเพื่อตรวจสอบดูว่าเป็นลูกไม่เหมาะที่จะใช้เล่นต่อหรือไม่ โดยไม่มีการปรับโทษใดๆ

ก่อนหยิบลูก ผู้เล่นต้องประกาศเจตนาของตนต่อฝ่ายตรงข้ามในการเล่นแบบแมทช์เพลย์ หรือมาร์คเกอร์ของตน หรือผู้ร่วมแข่งขันในสโตรคเพลย์ และมาร์คตำแหน่งลูก แล้วผู้เล่นอาจหยิบลูกขึ้นมา และตรวจสอบลูกโดยไม่ทำความสะอาดลูก และต้องให้โอกาสฝ่ายตรงข้าม มาร์คเกอร์ หรือผู้ร่วมแข่งขันได้ร่วมตรวจสอบลูกด้วย

ถ้าไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนนี้ ผู้เล่นจะต้องถูกโทษปรับหนึ่งแต้ม

ถ้าเห็นว่าเป็นลูกไม่เหมาะที่จะใช้เล่นระหว่างการเล่นในหลุมที่กำลังเล่นอยู่ ผู้เล่นอาจนำลูกอีกลูกหนึ่งมาใช้แทนได้ โดยวางไว้แทนที่ตรงจุดที่ลูกเดิมอยู่ หรือมิฉะนั้น จะต้องวางลูกเดิมไว้ที่เดิม

ถ้าผลจากการตี ทำให้ลูกแตกเป็นชิ้น จะต้องยกเลิกการตีโดยไม่มีการปรับโทษ และผู้เล่นจะต้องเล่นลูกใหม่จากจุดที่ใกล้ที่สุดจากจุดเดิมที่เล่นลูกไปครั้งสุดท้าย (ดูกฎข้อ 20-5)

*การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎข้อ 5-3
การเล่นแบบแมทช์เพลย์ – ปรับเป็นแพ้ในหลุมนั้น
การเล่นแบบสโตรคเพลย์ – ปรับสองแต้ม

*ถ้าผู้เล่นถูกปรับโทษทั่วไปสำหรับการละเมิดกฎข้อ 5-3 แล้ว จะต้องไม่นำกฎข้อบังคับอื่นมาใช้ในการปรับโทษเพิ่มอีก

หมายเหตุ ในการโต้แย้งการอ้างสิทธิ์สำหรับลูกไม่เหมาะที่จะใช้เล่น ฝ่ายตรงข้าม มาร์คเกอร์ หรือผู้ร่วมแข่งขันจะต้องทำก่อนที่ผู้เล่นจะเล่นอีกลูกหนึ่ง (การทำความสะอาดลูกที่หยิบขึ้นมาจากกรีน หรือภายใต้กฎข้ออื่น – ดูกฎข้อ 21)

ความรับผิดชอบของผู้เล่น

กฎข้อ 6 กฎกติกาการเล่นกอล์ฟ ผู้เล่น

6-1. กฎข้อบังคับ และเงื่อนไขการแข่งขัน

การรับรู้กฎข้อบังคับ และเงื่อนไขต่างๆที่ใช้ในการแข่งขัน เป็นความรับผิดชอบของผู้เล่น (กฎข้อ 33-1)

6-2. แฮนดี้แคป

ก. การเล่นแบบแมทช์เพลย์

ก่อนเริ่มแมทช์แข่งขันที่ใช้แฮนดี้แคป ผู้เล่นทุกคนควรยืนยันแฮนดี้แคปของตน ถ้าผู้เล่นเริ่มแมทช์แข่งขันโดยแจ้งแฮนดี้แคปที่สูงกว่าที่เป็นจริง และส่งผลต่อจำนวนแต้มที่ได้ให้ หรือได้รับ ผู้เล่นจะถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน หรือมิฉะนั้นผู้เล่นจะต้องเล่นไปตามแฮนดี้แคปที่แจ้งไว้

ข. การเล่นแบบสโตรคเพลย์

ในรอบการแข่งขันที่ใช้แฮนดี้แคป ผู้เข้าแข่งขันจะต้องตรวจสอบว่าสกอร์การ์ดได้ระบุแฮนดี้แคปของตนให้เรียบร้อย ก่อนนำส่งคืนคณะกรรมการ ถ้าส่งคืนโดยไม่มีแฮนดี้แคปปรากฎอยู่ในสกอร์การ์ด หรือถ้าแฮนดี้แคปที่จดลงไปนั้นสูงกว่าที่มีสิทธิ์ได้รับ ส่งผลกระทบต่อจำนวนแต้มที่ได้รับ ผู้เล่นจะต้องถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขันที่ใช้แฮนดี้แคปนั้น หรือมิฉะนั้น แต้มที่เล่นได้จะต้องเป็นไปตามนั้น

หมายเหตุ เป็นความรับผิดชอบของผู้เล่นซึ่งต้องรู้ว่าตนจะให้แฮนดี้แคปฝ่ายตรงข้าม หรือได้รับแฮนดี้แคปที่หลุมใด

6-3. เวลาเริ่มแข่งขัน และกลุ่มแข่งขัน

ก. เวลาเริ่มแข่งขัน

ผู้เล่นจะต้องเริ่มเล่นตามเวลาที่คณะกรรมการกำหนด

ข. กลุ่มแข่งขัน

ในการเล่นแบบสโตรคเพลย์ ผู้เข้าแข่งขันจะต้องเล่นตามกลุ่มที่คณะกรรมการจัดไว้โดยตลอด เว้นแต่คณะกรรมการอนุญาต หรืออนุมัติให้มีการเปลี่ยนแปลง

การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎข้อ 6-3
ตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน

(การเล่นประเภทเบสท์บอล และประเภทโฟร์บอล ดูกฎข้อ 30-3ก และ31-2)

หมายเหตุ คณะกรรมการอาจกำหนดไว้ในเงื่อนไขที่ใช้ในการแข่งขัน (กฎข้อ 33-1) ว่า ถ้าผู้เล่นมาถึงจุดที่เริ่มการแข่งขัน พร้อมเล่นภายในห้านาทีหลังเวลาเริ่มแข่งขันของตน หากมีเหตุอันควรที่เชื่อถือได้จากสภาพเหตุการณ์ที่มาล่าช้าที่อาจจะละเว้นการปรับโทษตัดสิทธิ์จากการแข่งขันตามที่กำหนดไว้ในกฎข้อ 33-7 ให้ปรับโทษที่ไม่มาเริ่มเล่นตามเวลาคือ ปรับเป็นแพ้ที่หลุมแรกในการแข่งขันแบบแมทช์เพลย์ หรือปรับสองแต้มที่หลุมแรกในการเล่นแบบสโตรคเพลย์ แทนการตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน

6-4. แค็ดดี้

ผู้เล่นอาจมีแค็ดดี้ได้เพียงหนึ่งคนในแต่ละครั้งเท่านั้น ภายใต้การตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน

หากแค็ดดี้ละเมิดกฎข้อบังคับข้อหนึ่งข้อใดก็ตาม จะส่งผลให้ผู้เล่นถูกปรับโทษตามกฎที่เกี่ยวข้องนั้นๆ

6-5. ลูกกอล์ฟ

การเล่นลูกที่ถูกต้อง เป็นความรับผิดชอบของผู้เล่น ผู้เล่นแต่ละคนควรทำเครื่องหมายเฉพาะไว้บนลูกของตน

6-6. การนับแต้มในการแข่งขันแบบสโตรคเพลย์

ก. การจดแต้ม

หลังจากเล่นจบแต่ละหลุม มาร์คเกอร์ควรตรวจสอบแต้มกับผู้เข้าแข่งขัน และจดไว้ เมื่อเล่นจบรอบแล้ว มาร์คเกอร์จะต้องลงชื่อในสกอร์การ์ด และมอบให้กับผู้เข้าแข่งขัน ถ้ามีมาร์คเกอร์จดแต้มมากกว่าหนึ่งคนเป็นผู้จดแต้ม แต่ละคนจะต้องลงชื่อในส่วนที่ตนเองรับผิดชอบ

ข. การลงชื่อ และการส่งสกอร์การ์ด

หลังจากเล่นจบรอบแล้ว ผู้เข้าแข่งขันควรตรวจทานแต้มของแต่ละหลุมของตน และขจัดข้อสงสัยในการเล่นกับคณะกรรมการ ผู้เข้าแข่งจะต้องแน่ใจว่ามาร์คเกอร์ได้ลงชื่อในสกอร์การ์ด แล้วจึงลงชื่อร่วมในสกอร์การ์ดด้วยตนเอง และนำส่งคืนต่อคณะกรรมการโดยเร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎข้อ 6-6ข
ตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน

ค. การแก้ไขสกอร์การ์ด

หลังจากส่งสกอร์การ์ดคืนให้กับคณะกรรมการแล้ว ไม่อาจทำการแก้ไขสกอร์การ์ดได้

ง. หลุมที่จดแต้มผิด

ผู้เข้าแข่งขันป็นผู้รับผิดชอบในความถูกต้องของแต้มของแต่ละหลุมที่จดไว้ในสกอร์การ์ด ถ้าผู้เข้าแข่งขันส่งแต้มของหลุมใดต่ำกว่าแต้มจริงที่ทำได้ ผู้เข้าแข่งขันจะต้องถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน ถ้าจดแต้มของหลุมใดสูงกว่าแต้มจริงที่ทำได้ ให้ถือว่าเป็นแต้มคงไว้ตามที่ส่งมา

หมายเหตุ 1 คณะกรรมการเป็นผู้รับผิดชอบในการรวมแต้ม และในการหักแฮนดี้แคปตามที่จดไว้ในสกอร์การ์ด – ดูกฎข้อ 33-5

หมายเหตุ 2 การเล่นประเภทโฟร์บอลแบบสโตรคเพลย์ ดูทั้งกฎข้อ 31-4 และข้อ 31-7ก

6-7. การเล่นช้าเกินควร และการเล่นช้า

ผู้เล่นจะต้องเล่นโดยไม่ชักช้า และเล่นตามเวลาที่คณะกรรมการอาจกำหนดเพื่อใช้เป็นแนวทางในการควบคุมเวลาเล่น เมื่อจบการเล่นของหลุมหนึ่งหลุมใดแล้ว รวมถึงการเล่นบนแท่นตั้งทีของหลุมต่อไป ผู้เล่นจะต้องไม่ทำให้การเล่นล่าช้า

การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎข้อ 6-7
การเล่นแบบแมทช์เพลย์ – ปรับเป็นแพ้ในหลุมนั้น
การเล่นแบบสโตรคเพลย์ – ปรับสองแต้ม
การแข่งขันแบบโบกี้ และพาร์ – ดูหมายเหตุ 2 กฎข้อ 32-1ก
การแข่งขันแบบสเตเบิ้ลฟอร์ด – ดูหมายเหตุ 2 กฎข้อ 32-1ข
การละเมิดครั้งต่อไป – ตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน

หมายเหตุ 1 ถ้าผู้เล่นได้เล่นช้าเกินควรระหว่างหลุมต่างๆ และกำลังทำให้การเล่นในหลุมต่อไปล่าช้า ให้ปรับโทษที่หลุมนั้น ยกเว้นการเล่นประเภท โบกี้ พาร์ และสเตเบิ้ลฟอร์ด (ดูกฎข้อ 32)

หมายเหตุ 2 เพื่อป้องกันการเล่นล่าช้า คณะกรรมการอาจกำหนดในเงื่อนไขที่ใช้ในการแข่งขัน (กฎข้อ 33-1) เกี่ยวกับเวลาที่ใช้ในการเล่นเพื่อเป็นแนวทาง รวมถึงช่วงเวลามากที่สุดที่อนุญาตให้เล่นจนจบรอบที่กำหนด หรืออนุญาตให้ใช้เวลาในการเล่นจนจบหลุมใดหลุมหนึ่ง หรืออนุญาตให้ใช้เวลาในการตีต่อครั้ง

ในการแข่งขันแบบสโตรคเพลย์เท่านั้น คณะกรรมการอาจแก้ไขการปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎข้อนี้ได้ดังต่อไปนี้

ละเมิดกฎครั้งแรก – ปรับหนึ่งแต้ม
ละเมิดกฎครั้งที่สอง – ปรับสองแต้ม
ละเมิดกฎครั้งต่อไป – ตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน

6-8. การหยุดพักการเล่น และการกลับเข้าไปเล่นต่อ

ก. เมื่อได้รับอนุญาต

ผู้เล่นจะต้องไม่หยุดการเล่น นอกจาก

(1) คณะกรรมการส่งสัญญาณให้หยุดการเล่นชั่วคราว

(2) ผู้เล่นเชื่อว่าจะมีอันตรายเกิดจากฟ้าผ่า

(3) ผู้เล่นกำลังคอยคำตัดสินจากคณะกรรมการในเรื่องข้อสงสัย หรือข้อขัดแย้ง (ดูกฎข้อ 2-5 และ 34-3) หรือ

(4) มีเหตุผลอันสมควรอื่นๆ เช่น การเจ็บป่วยกะทันหัน เป็นต้น

สภาพอากาศเลวร้ายไม่ใช่เหตุผลสมควรที่จะหยุดการเล่น

ถ้าผู้เล่นหยุดเล่นโดยไม่ได้รับอนุญาตโดยเฉพาะจากคณะกรรมการ ผู้เล่นจะต้องรายงานต่อคณะกรรมการโดยเร็วเท่าที่สามารถทำได้ ถ้าผู้เล่นรายงานแล้ว และคณะกรรมการพิจารณาเหตุผลของผู้เล่นจนเป็นที่พอใจ ผู้เล่นไม่ถูกปรับโทษ มิฉะนั้น ผู้เล่นจะถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน

ข้อยกเว้นในการเล่นแบบแมทช์เพลย์ ผู้เล่นทั้งสองฝ่ายตกลงหยุดการเล่น ไม่ปรับโทษตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน นอกจากการกระทำดังกล่าวทำให้การแข่งขันล่าช้า

หมายเหตุ การออกจากสนามไม่ถือว่าเป็นการหยุดเล่น

ข. การปฏิบัติเมื่อคณะกรรมการให้หยุดการเล่นชั่วคราว

เมื่อคณะกรรมการให้หยุดการเล่นชั่วคราวแล้ว ถ้าผู้เล่นในแมทช์ หรือผู้เล่นในกลุ่มอยู่ระหว่างการต่อเนื่องของสองหลุม ผู้เล่นทุกคนจะต้องไม่เข้าไปเล่นต่อ จนกว่าคณะกรรมการจะสั่งให้เข้าไปเล่นต่อได้ ถ้าผู้เล่นอยู่ระหว่างการเล่นในหลุมหนึ่งหลุมใด ก็อาจเล่นต่อได้ แต่มีเงื่อนไขว่าต้องเล่นต่อไปโดยไม่ชักช้า ถ้าผู้เล่นเลือกที่จะเล่นต่อ ทันทีที่เล่นจบหลุมนั้นๆแล้ว ผู้เล่นจะต้องไม่เล่นต่อ จนกว่าคณะกรรมการสั่งให้กลับเข้าไปเล่นต่อ

ผู้เล่นจะต้องกลับเข้าไปเล่นต่อ เมื่อคณะกรรมการได้สั่งให้มีการกลับเข้าไปเล่นต่อ

การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎข้อ 6-8ข
ตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน

หมายเหตุ คณะกรรมการอาจกำหนดเงื่อนไขที่ใช้ในการแข่งขัน (กฎข้อ 33-1) ว่า ในสถานการณ์ที่อาจเกิดอันตรายอย่างร้ายแรง จะต้องหยุดเล่นทันทีตามที่คณะกรรมการสั่งให้หยุดการเล่นชั่วคราว ถ้าผู้เล่นไม่หยุดเล่นทันที ผู้เล่นจะต้องถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน นอกจากมีเหตุผลสมควรในการละเว้นโทษนี้ ตามที่กำหนดไว้ในกฎข้อ 33-7

ค. การหยิบลูกขึ้นเมื่อหยุดการเล่น

เมื่อผู้เล่นหยุดเล่นในหลุมใดหลุมหนึ่งตามกฎข้อ 6-8ก ผู้เล่นอาจหยิบลูกของตนขึ้นโดยไม่มีการปรับโทษ ในกรณีที่คณะกรรมการได้ให้หยุดเล่นชั่วคราวเท่านั้น หรือมีเหตุอันควรที่จะหยิบลูก ก่อนหยิบลูก ผู้เล่นต้องมาร์คตำแหน่งลูก ถ้าผู้เล่นหยุดเล่น และหยิบลูกของตนโดยไม่มีการอนุญาตเฉพาะกรณีจากคณะกรรมการ เมื่อรายงานต่อคณะกรรมการ (กฎข้อ 6-8ก) ผู้เล่นจะต้องรายงานการหยิบลูกด้วย

ถ้าผู้เล่นหยิบลูกขึ้นโดยไม่มีเหตุอันควร ไม่มาร์คตำแหน่งลูกก่อนหยิบลูก หรือไม่รายงานเรื่องการหยิบลูก ผู้เล่นจะต้องถูกปรับโทษหนึ่งแต้ม

ง. การปฏิบัติเมื่อกลับเข้าไปเล่นต่อ

การกลับเขาไปเล่นต่อ จะต้องเล่นตรงจุดที่หยุดเล่น แม้ว่าการกลับเข้าไปเล่นต่อจะกระทำในวันต่อไป และไม่ว่าทั้งก่อนกลับเข้าไปเล่นต่อ หรือเมื่อกลับเข้าไปเล่นต่อ ผู้เล่นจะต้องปฏิบัติดังนี้

(1) ถ้าผู้เล่นได้หยิบลูกขึ้นตามเงื่อนไขที่ผู้เล่นได้รับสิทธิ์ภายใต้กฎข้อ 6-8ค ผู้เล่นจะต้องวางลูกใดลูกหนึ่งตรงจุดที่หยิบลูกเดิมขึ้นมา หรือไม่ก็ต้องนำลูกเดิมกลับไปวางไว้ที่เดิม

(2) ถ้าผู้เล่นได้รับสิทธิ์ในการหยิบลูกของตนขึ้นตามกฎข้อ 6-8ค และไม่ได้ใช้สิทธิ์นั้น ผู้เล่นอาจหยิบ และทำความสะอาดลูก และนำลูกกลับไปวางไว้ที่เดิม หรือใช้อีกลูกหนึ่งมาวางแทนตรงจุดที่ได้หยิบลูกเดิมขึ้นมา ผู้เล่นต้องมาร์คตำแหน่งลูกก่อนหยิบลูกขึ้น หรือ

(3) ถ้าลูก หรือที่มาร์คลูกของผู้เล่นเคลื่อนที่ (โดยลม หรือน้ำ) ในที่ขณะการเล่นได้หยุดลง จะต้องนำลูก หรือที่มาร์คลูกกลับไปวางที่จุดที่ลูก หรือที่มาร์คลูกถูกทำให้เคลื่อนที่ไป

(ไม่สามารถหาจุดวางได้ ดูกฎข้อ 20-3ค)

*การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎข้อ 6-8ง
การเล่นแบบแมทช์เพลย์ – ปรับเป็นแพ้ในหลุมนั้น
การเล่นแบบสโตรคเพลย์ – ปรับสองแต้ม

*ถ้าผู้เล่นถูกปรับโทษทั่วไปสำหรับการละเมิดกฎข้อ 6-8ง จะต้องไม่นำกฎข้อ 6-8ค มาปรับเพิ่มอีก

กฎข้อ 7 การฝึกซ้อม

7-1. ก่อน หรือระหว่างรอบต่างๆ

ก. การเล่นแบบแมทช์เพลย์

ในวันที่ทำการแข่งขันแบบแมทช์เพลย์ ก่อนรอบการแข่งขัน ผู้เล่นอาจฝึกซ้อมในสนามที่ใช้ทำการแข่งขันได้

ข. การเล่นแบบสโตรคเพลย์

ในวันที่ทำการแข่งขันแบบสโตรคเพลย์ หรือในการเพลย์ออฟ ผู้เข้าแข่งขันจะต้องไม่ฝึกซ้อมในสนามที่ใช้แข่งขัน หรือทดสอบสภาพผิวกรีนใดๆในสนามก่อนรอบการแข่งขัน หรือก่อนการเพลย์ออฟ เมื่อมีการแข่งขันแบบสโตรคเพลย์มากกว่าสอง หรือสามรอบในหลายวันติดต่อกัน ผู้เข้าแข่งขันจะต้องไม่ฝึกซ้อม หรือทดสอบสภาพผิวกรีนใดๆในสนามที่ใช้ทำการแข่งขัน หรือรอบต่างๆที่ยังเหลือสำหรับทำการแข่งขันต่อไป

ข้อยกเว้น: อนุญาตให้ซ้อมพัต หรือซ้อมชิพใกล้กับแท่นตั้งทีของหลุมแรกก่อนเริ่มรอบการแข่งขัน หรือก่อนเพลย์ออฟได้

การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎข้อ 7-1ข.
ตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน

หมายเหตุ คณะกรรมการอาจกำหนดในเงื่อนไขที่ใช้ในการแข่งขัน (กฎข้อ 33-1) ห้ามทำการฝึกซ้อมในสนามที่ใช้ทำการแข่งขัน ในวันใดวันหนึ่งสำหรับการแข่งขันแบบแมทช์เพลย์ หรือในการแข่งขันแบบสโตรคเพลย์ อาจอนุญาตให้ฝึกซ้อมในสนามที่ใช้ทำการแข่งขัน หรือในส่วนใดของสนาม (กฎข้อ 33-2ค) ในวันใดวันหนึ่ง หรือในระหว่างรอบหลายรอบก็ได้

7-2. ระหว่างรอบการแข่งขัน

ผู้เล่นจะต้องไม่ซ้อมตีลูกขณะเล่นอยู่ในแต่ละหลุม หรือระหว่างการเล่นต่อกันของสองหลุม เว้นแต่ว่า ระหว่างการเล่นต่อกันของหลุมนั้น ผู้เล่นอาจจะซ้อมพัต หรือซ้อมชิพบน หรือใกล้กับกรีนของหลุมที่เล่นจบไป หรือบนกรีนซ้อม หรือบนแท่นตั้งที่ของหลุมที่จะเล่นต่อไปในรอบนั้น ทั้งนี้ภายใต้เงื่อนไขว่า ต้องไม่ฝึกซ้อมตีลูกออกจากเขตอุปสรรค และไม่ทำให้ความเกิดล่าช้าในการเล่น (กฎข้อ 6-7)

การตีลูกเพื่อเล่นต่อให้จบหลุม ถึงแม้ว่าจะรู้ผลตัดสินแล้ว ไม่ถือเป็นการซ้อมตีลูก

ข้อยกเว้น เมื่อคณะกรรมการได้สั่งให้หยุดการเล่นชั่วคราว ก่อนจะกลับเข้าไปเล่นต่อ ผู้เล่นอาจฝึกซ้อม (ก) ตามที่ได้กำหนดไว้ในกฎข้อนี้ (ข) ในที่อื่นที่ไม่ใช่สนามที่ใช้ทำการแข่งขัน และ (ค) ตามที่คณะกรรมการอนุญาตให้กระทำได้

การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎข้อ 7-2
การเล่นแบบแมทช์เพลย์ – ปรับเป็นแพ้ในหลุมนั้น
การเล่นแบบสโตรคเพลย์ – ปรับสองแต้ม

ในกรณีที่มีการละเมิดกฎข้อบังคับระหว่างช่วงต่อเนื่องของหลุม ให้ปรับโทษที่หลุมต่อไป

หมายเหตุ 1 การซ้อมสวิงไม่ใช่เป็นการซ้อมตีลูก และอาจจะทำในที่ใดๆก็ได้ แต่มีเงื่อนไขว่าต้องไม่ละเมิดกฎข้อบังคับ

หมายเหตุ 2 คณะกรรมการอาจห้ามการซ้อมบนกรีน หรืออาจห้ามซ้อมใกล้กับกรีนของหลุมที่เล่นจบไปแล้วก็ได้

กฎข้อ 8 คำปรึกษา และการชี้เส้นทางเล่น

8-1. คำปรึกษา

ในระหว่างรอบที่กำหนด ผู้ล่นจะต้องไม่ให้คำปรึกษาแก่ผู้ใดในการแข่งขัน ยกเว้นพาร์ทเน่อร์ของตน ผู้เล่นอาจจะขอคำปรึกษาจากพาร์ทเน่อร์ หรือแค็ดดี้ของตน และแคดดี้ของพาร์ทเน่อร์ได้เท่านั้น

8-2. การชี้เส้นทางเล่น

ก. ในที่อื่นนอกจากบนกรีน

ยกเว้นบนกรีน ผู้เล่นอาจให้ผู้หนึ่งผู้ใดชี้เส้นทางเล่นได้ แต่จะต้องไม่มีผู้ใดยืนอยู่ใกล้กับผู้เล่น หรืออยู่ใกล้เส้นทางเล่น หรืออยู่ใกล้เส้นทางที่ต่อเนื่องเลยหลุมออกไปในขณะผู้เล่นกำลังทำการตี ถ้ามีเครื่องหมายใดวางไว้โดยผู้เล่นระหว่างการเล่นในหลุมใดหลุมหนึ่ง หรือผู้เล่นรับรู้ว่าเป็นสิ่งบ่งชี้เส้นทางเล่น จะต้องนำออกไปก่อนตีลูก

ข้อยกเว้น การเฝ้าคันธง หรือการยกคันธงไว้ ดูกฎข้อ 17-1

ข. บนกรีน

เมื่อลูกของผู้เล่นอยู่บนกรีน ผู้เล่น หรือแค็ดดี้ของตน หรือพาร์ทเน่อร์ หรือแคดดี้ของพาร์ทเน่อร์ อาจชี้เส้นทางพัตให้แก่กันได้ แต่ไม่ใช่ระหว่างการพัต(การตี) และการกระทำดังกล่าวจะต้องไม่ไปสัมผัสกรีน และจะต้องไม่วางเครื่องหมายในที่หนึ่งที่ใดเพื่อเป็นการชี้เส้นทางพัต

การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎ
การเล่นแบบแมทช์เพลย์ – ปรับเป็นแพ้ในหลุมนั้น
การเล่นแบบสโตรคเพลย์ – ปรับสองแต้ม

หมายเหตุ คณะกรรมการอาจกำหนดเงื่อนไขในการแข่งขันประเภททีม (กฎข้อ 33-1) โดยอนุญาตให้แต่ละทีมแต่งตั้งบุคคลผู้หนึ่งซึ่งอาจจะให้คำปรึกษา (รวมถึงการชี้เส้นทางพัต) แก่สมาชิกในทีมนั้นๆได้ คณะกรรมการอาจกำหนดเงื่อนไขต่างๆเกี่ยวกับการแต่งตั้ง และขอบเขตที่อนุญาตให้ปฏิบัติหน้าที่ของบุคคลผู้นั้น และต้องแสดงตัวต่อคณะกรรมการก่อนให้คำปรึกษา

 

กฎข้อ 9 การแจ้งจำนวนแต้มที่ทำได้

9-1. ทั่วไป

จำนวน การตี ที่ผู้เล่นทำได้ จะต้องรวมแต้มปรับโทษใดๆที่เกิดขึ้นด้วย

9-2. การเล่นแบบแมทช์เพลย์

ผู้เล่นซึ่งได้ถูกปรับโทษ จะต้องแจ้งให้ฝ่ายตรงข้ามทราบโดยเร็วเท่าที่สามารถทำได้ เว้นแต่ฝ่ายตรงข้ามได้เห็นอย่างชัดเจนว่า ผู้เล่นได้ปฏิบัติภายใต้ กฎข้อบังคับ เมื่อมีการปรับโทษเข้ามาเกี่ยวข้อง ถ้าผู้เล่นละเลยที่จะแจ้งฝ่ายตรงข้าม ถึงแม้ไม่รู้ตัวว่าต้องถูกปรับโทษ จะต้องถือว่าเป็นการแจ้งแต้มผิด

ระหว่างการเล่นในหลุมใดหลุมหนึ่ง หรือหลังจากเล่นจบหลุมใดหลุมหนึ่งไปแล้ว ฝ่ายตรงข้ามมีสิทธิ์สอบถามจากผู้เล่น เพื่อให้แน่ใจกับ จำนวนแต้มของหลุมที่เล่นไปแล้ว

ระหว่างการเล่นในหลุมใดหลุมหนึ่ง ถ้าผู้เล่นแจ้ง หรือถือว่าผู้เล่นแจ้งจำนวนแต้มที่ทำได้ผิดพลาด หากมีการแก้ไขความผิดพลาดนั้นให้ถูกต้องก่อนฝ่ายตรงข้ามตีครั้งต่อไป ผู้เล่นจะไม่ถูกปรับโทษ ถ้าผู้เล่นไม่แก้ไขการแจ้งข้อผิดพลาดนั้นให้ถูกต้อง ผู้เล่นจะต้องถูกปรับแพ้ในหลุมนั้น

หลังจากเล่นจบหลุมหนึ่งหลุมใดแล้ว ถ้าผู้เล่นแจ้ง หรือถือว่าผู้เล่นได้แจ้งจำนวนแต้มที่ทำได้ในหลุมที่เพิ่งเล่นจบไปแล้วนั้นผิดพลาดไป และมีผลกระทบต่อความเข้าใจของฝ่ายตรงข้ามต่อผลการเล่นของหลุมนั้น ถ้าผู้เล่นแก้ไขความผิดพลาดให้ถูกต้อง ก่อนผู้เล่นคนหนึ่งคนใดเล่นจาก แท่นตั้งที ของหลุมต่อไป หรือในกรณีหลุมสุดท้ายของการเล่นแบบแมทช์เพลย์ ก่อนที่ผู้เล่นทั้งหมดลงจาก กรีน ผู้เล่นจะไม่ถูกปรับโทษ ถ้าผู้เล่นไม่แก้ไขการบอกผิดพลาดนั้น ผู้เล่นจะต้องถูกปรับเป็นแพ้ในหลุมนั้น

9-3. การเล่นแบบสโตรคเพลย์

ผู้เข้าแข่งขันซึ่งได้ถูกปรับโทษ ควรแจ้ง มาร์คเกอร์ ของตนให้ทราบโดยเร็วเท่าที่สามารถทำได้

กฎข้อ 10 ลำดับการเล่น

นิยามศัพท์

ผู้เล่นซึ่งมีเกียรติได้เล่นจากแท่นตั้งทีเป็นคนแรก เรียกว่าได้ ออนเน่อร์

10-1. การเล่นแบบแมทช์เพลย์

ก. บนแท่นตั้งที

ฝ่ายที่จะต้องได้ออนเน่อร์บนแท่นตั้งทีของหลุมแรก จะถูกกำหนดจากลำดับของการแบ่งกลุ่ม ถ้าไม่มีการแบ่งกลุ่มไว้ล่วงหน้า ควรตัดสินการได้ออนเน่อร์ด้วยการจับฉลาก

ฝ่ายซึ่งชนะในหลุมใด จะต้องได้ออนเน่อร์บนแท่นตั้งทีของหลุมต่อไป ถ้าเสมอกันในหลุมใด ฝ่ายที่ได้ออนเน่อร์บนแท่นตั้งทีของหลุมก่อนหน้านั้น ยังคงต้องได้ออนเน่อร์สืบต่อไป

ข. นอกแท่นตั้งที

เมื่อลูกทั้งหมดอยู่ในการเล่น ลูกที่อยู่ไกลหลุมกว่าจะต้องได้เล่นก่อน ถ้าลูกอยู่ห่างจากหลุมระยะเท่ากัน ควรตัดสินว่าลูกใดได้เล่นก่อนด้วยการจับฉลาก

ข้อยกเว้น กฎข้อ 30-3 ค. (ประเภทเบสท์บอล และโฟร์บอลแบบแมทช์เพลย์)

ค. การเล่นผิดลำดับ

ถ้าผู้เล่นตีลูกเมื่อฝ่ายตรงข้ามควรจะได้เล่นก่อน ฝ่ายตรงข้ามอาจขอให้ยกเลิกการตีดังกล่าวได้ทันที และให้เล่นตามลำดับที่ถูกต้อง จากจุดที่ใกล้ที่สุดจากจุดเดิมที่เล่นลูกไปครั้งสุดท้าย (ดูกฎข้อ 20-5) โดยไม่มีการปรับโทษ

10-2. การเล่นแบบสโตรคเพลย์

ก. บนแท่นตั้งที

ผู้เข้าแข่งขันซึ่งจะต้องได้ออนเน่อร์บนแท่นตั้งทีของหลุมแรก จะถูกกำหนดจากลำดับของการแบ่งกลุ่ม หากไม่มีการแบ่งกลุ่มไว้ ก็ให้ตัดสินด้วยการจับฉลาก

ผู้เข้าแข่งขันซึ่งทำแต้มน้อยที่สุดในหลุมใดหลุมหนึ่ง จะต้องได้ออนเน่อร์บนแท่นตั้งทีของหลุมต่อไป ส่วนผู้เข้าแข่งขันที่ทำแต้มน้อยที่สุดอันดับสองจะต้องเล่นเป็นคนต่อไปตามลำดับ ถ้าผู้เข้าแข่งขันสองคน หรือมากกว่านั้นทำแต้มเท่ากันในหลุมใดหลุมหนึ่ง จะต้องเล่นจากแท่นตั้งทีของหลุมต่อไปตามลำดับของการเล่นบนแท่นตั้งทีของหลุมก่อนหน้านั้น

ข. นอกแท่นตั้งที

เมื่อลูกทั้งหมดอยู่ในการเล่น ลูกที่อยู่ไกลจากหลุมมากที่สุดจะต้องได้เล่นก่อน ถ้าลูกสองลูก หรือมากกว่านั้นอยู่ไกลจากหลุมระยะทางเท่ากัน ให้ตัดสินว่าลูกใดจะได้เล่นก่อนด้วยการจับฉลาก

ข้อยกเว้น กฎข้อ 22 (ลูกกีดขวาง หรือลูกช่วยเหลือการเล่น) และกฎข้อ 31-5 (การเล่นประเภทโฟร์บอลแบบสโตรคเพลย์)

ค. เล่นผิดลำดับ

ถ้าผู้เข้าแข่งขันเล่นผิดลำดับ จะต้องเล่นลูกนั้นต่อไปตามสภาพที่ลูกอยู่โดยไม่มีการปรับโทษ อย่างไรก็ตาม ถ้าคณะกรรมการเห็นว่า ผู้เข้าแข่งขันสมยอมที่จะเล่นตามลำดับอื่นใดนอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในข้อ 2ก ข้อ 2ข และข้อ 3 ของกฎข้อนี้ แล้วส่งผลให้ผู้หนึ่งผู้ใดเกิดความได้เปรียบ ผู้เข้าแข่งขันที่เกี่ยวข้องทุกคนจะต้องถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน

(การเล่นลูกขณะที่อีกลูกหนึ่งกำลังเคลื่อนที่บนกรีน – ดูกฎข้อ 16-1ฉ)

(การเล่นผิดลำดับในการเล่นประเภททรีซั่มส์ และโฟร์ซั่มส์แบบสโตรคเพลย์ – ดูกฎข้อ 29-3)

10-3. การเล่นลูกสำรอง หรือลูกที่สองจากแท่นตั้งที

ถ้าผู้เล่นจะเล่นลูกสำรอง หรือเล่นลูกที่สองจากแท่นตั้งที ผู้เล่นจะต้องเล่นหลังจากฝ่ายตรงข้าม หรือผู้ร่วมแข่งขันได้ตีลูกแรกไปแล้ว ถ้าผู้เล่นได้เล่นลูกสำรอง หรือเล่นลูกที่สองผิดลำดับ จะต้องนำกฎย่อยข้อ 1ค และข้อ 2ค ของกฎข้อนี้มาใช้บังคับ

10-4. ลูกเคลื่อนที่ระหว่างการวัดระยะ

ถ้าลูกเคลื่อนที่ระหว่างการวัดระยะเพื่อกำหนดว่าลูกใดอยู่ไกลจากหลุมมากกว่ากัน ให้นำลูกมาวางไว้ที่เดิมโดยไม่มีการปรับโทษ

 

 

About the Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

You may also like these

PowerFul By Rufeo