ข่าวยูโร 2016 : เจ้าภาพเฮ! ปาเย่ต์ซัดไกลท้ายเกมเก็บ 3 แต้ม ยูโร 2016

“ตราไก่” เก็บ 3 แต้มประเดิมไปแบบหืดจับ โดยได้ ดิมิทรี่ ปาเยต ยิงประตูชัยในช่วงก่อนหมดเวลาเพียงแค่นาทีเดียว นำทีมเฉือนเอาชนะ “ผีดิบ” ไปหวุดหวิด 2-1 ในศึก “ยูโร 2016” นัดแรก กลุ่มเอ เมื่อ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา

ฟุตบอล ชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป “ยูโร 2016” นัดประเดิมสนาม กลุ่มเอ แข่งขันวันศุกร์ที่ 10 มิถุนายน 2559 เป็นการพบกันระหว่าง “ตราไก่” ทีมชาติฝรั่งเศส เจ้าของแชมป์ยุโรป 2 สมัย (1984, 2000) พบกับ “ผีดิบ” ทีมชาติโรมาเนีย โดยแข่งที่สนาม สต๊าด เดอ ฟร้องซ์ ในเมืองแซงต์-เดนีส์

ครึ่งแรก

น.4 โรมาเนีย เปิดฉากขึ้นมาได้น่ากลัว หวิดได้ประตูออกนำตั้งแต่ต้นเกม จากลูกเตะมุมทางฝั่งซ้าย นิโคเล สตานชิอู เปิดโค้งเข้าเขตโทษ บอลทะลักไปถึงเสาสองเข้าทาง บ็อกดาน สตานคู ได้ยิงจ่อๆ แต่ อูโก้ โยริส เซฟไว้ได้อย่างเหลือเชื่อ

น.5 โรมาเนีย ได้โอกาสลุ้นต่อเนื่อง นิโคเล สตานชิอู ย้ายข้ามมาเปิดลูกเตะมุมทางฝั่งขวา เปิดโค้งมาที่เสาแรกให้ ฟลอริน อันโดเน่ วิ่งโฉบมาโหม่งเช็ดบางๆ บอลเปลี่ยนทางข้ามคานไปนิดเดียว

น.10 ฝรั่งเศส พยายามเปิดเกมรุกตอบโต้ ได้โอกาสลุ้นจะแจ้งครั้งแรก จากจังหวะที่ ดิมิทรี่ ปาเยต พาบอลถึงสุดเส้นด้านซ้ายก่อนตักเข้าเขตโทษให้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ได้โหม่งโล่งๆ ที่เสาแรก บอลเปลี่ยนทางหลุดเสา

น.14 ฝรั่งเศส สร้างสรรค์เกมบุกเข้าทำได้มากขึ้น จนเกือบได้ประตูขึ้นนำ บาการี่ ซาญ่า ครอสบอลจากฝั่งขวาเข้าเขตโทษ อ็องตวน กรีซมันน์ พยายามเข้าชาร์จแต่ไม่โดน แต่บอลยังแฉลบมาเข้าทาง กรีซมันน์ ได้โหม่งจ่อๆ ที่เสาแรก แต่บอลไปชนเสาอย่างจัง

น.36 ฝรั่งเศส ทำเกมโจมตีเร็วเกือบได้ผล บาการี่ ซาญ่า ทุ่มเร็วออกด้านขวาให้ ดิมิทรี่ ปาเยต พาบอลลากจี้ขึ้นหน้า ก่อนเปิดยัดเข้าเขตโทษให้ อ็องตวน กรีซมันน์ วิ่งสอดมาแปด้วยซ้าย บอลแฉลบหลุดเสาไปอย่างน่าเสียดาย

น.45+2 ฝรั่งเศส หาโอกาสลุ้นทิ้งท้ายครึ่งแรก จากลูกเตะมุมทางฝั่งขวา ดิมิทรี่ ปาเยต เปิดโค้งเข้าเขตโทษให้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ สลัดหนีตัวประกบ ก่อนได้โหม่งเหน่งๆ แต่บอลโด่งข้ามคาน

หมดครึ่งแรก ฝรั่งเศส กับ โรมาเนีย ยังเสมอกันอยู่ 0-0

2374061_w1

ครึ่งหลัง

น.48 โรมาเนีย เป็นฝ่ายทักทายก่อนเช่นเดิม มีโอกาสลุ้นประตูขึ้นนำ จากจังหวะที่ นิโคเล สตานชิอู ตักบอลข้ามแผงหลังเจ้าถิ่นให้ บ็อกดาน สตานคู หลุดกัปดักล้ำหน้าเข้าไปพักอกหนึ่งจังหวะ ก่อนวอลเลย์ด้วยขวา แต่บอลหลุดเสาออกหลัง

น.52 ฝรั่งเศส เดินเกมบุกหาโอกาสลุ้น มีลุ้นจะแจ้งจากจังหวะที่ ดิมิทรี่ ปาเยต จ่ายบอลยัดตรงๆ ให้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ แตะบอลหนีตัวประกบเข้าเขตโทษ ก่อนตวัดยิงด้วยซ้าย บอลพุ่งไปตรงตัว ตาตารูซานู

น.57 ฝรั่งเศส เริ่มสร้างสรรค์โอกาสลุ้นได้มากขึ้น เกือบได้ประตูออกนำจากจังหวะที่ ดิมิทรี่ ปาเยต พาบอลลุยขึ้นทางด้านซ้าย ก่อนเปิดย้อนมาให้ ปอล ป็อกบา วอลเลย์ด้วยขวาเต็มๆ ตรงเส้น 18 หลา แต่ ตาตารูซานู ยังซูเปอร์เซฟล้มตัวบล็อกทิ้งไปได้

น.58 ฝรั่งเศส ที่เดินเกมหาโอกาสลุ้นได้อย่างต่อเนื่อง มาประสบผลเจาะตาข่ายขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ ดิมิทรี่ ปาเยต เปิดบอลโด่งจากฝั่งขวาเข้ามาหน้าเขตโทษ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ วิ่งโฉบขึ้นโหม่งตัดหน้า ตาตารูซานู ที่พยายามออกมาปัด บอลเปลี่ยนทางเข้าไปซุกก้นตาข่าย

น.65 โรมาเนีย ที่พยายามหาโอกาสบุกตอบโต้ ก่อนที่จะมาได้จุดโทษจากจังหวะที่ ปาทริซ เอวร่า ไปขัดขา นิโคเล สตานชิอู ล้มคว่ำในเขตโทษ ผู้ตัดสินเป่าเป็นจุดโทษทันที ก่อนที่ บ็อกดาน สตานคู จะรับหน้าที่สังหาร แปด้วยขวาเสียบมุมให้ทัพ “ผีดิบ” ตีเสมอ 1-1

น.81 ฝรั่งเศส กลับมาเดินเกมรุกเต็มสูบ ก่อนจะมีโอกาสลุ้นจากจังหวะที่ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ เคาะบอลทำชิ่งย้อนคืนมาให้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ตัวสำรอง ได้แปเน้นๆ บริเวณหน้าเขตโทษ แต่บอลไปตรงตัว ตาตารูซานู

น.89 ฝรั่งเศส บุกกดดันต่อเนื่อง ก่อนจะมาประสบผลยิงประตูขึ้นนำเป็น 2-1 ในช่วงก่อนหมดเวลาเพียงแค่ 1 นาที จากจังหวะที่ ดิมิทรี่ ปาเยต ที่เล่นได้อย่างโดดเด่นตลอดทั้งเกม กระชากบอลหนีตัวประกบก่อนได้กดด้วยซ้ายเต็มข้อหน้าเขตโทษ บอลพุ่งเช็ดใต้คานเข้าไปอย่างงามหยด

 

จบเกม 90 นาที ฝรั่งเศส ทำได้เพียงแค่เสมอกับ โรมาเนีย 2-1 เก็บ 3 แต้มประเดิมไปแบบหืดจับ โดยทัพ “ตราไก่” มีโปรแกรมนัดที่ 2 พบกับ อัลแบเนีย ในวันพุธที่ 15 มิ.ย. ขณะที่ “ผีดิบ” จะพบกับ สวิตเซอร์แลนด์ ในวันเดียวกัน
รายชื่อผู้เล่น ทีมชาติฝรั่งเศส (4-3-3) อูโก้ โยริส – บาการี่ ซาญ่า, อาดิล รามี่, โลร็องต์ กอสเซียลนี่, ปาทริซ เอวร่า – ปอล ป็อกบา (อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล น.77), เอ็นโกโล่ ก็องเต้, แบลส มาตุยดี้ – ดิมิทรี่ ปาเยต (มุสซ่า ซิสโซโก้ น.90+2), โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์, อ็องตวน กรีซมันน์ (คิงส์ลี่ย์ โกม็อง น.66)

รายชื่อผู้เล่น ทีมชาติโรมาเนีย (4-3-3) ชิเปรียน ตาตารูซานู – คริสเตียน ซาปูนารู, วลาด ชิริเชช, ดรากอส กริกอเร่, ราซวาน รัต – นิโคเล สตานชิอู (อเล็กซานดรู ชิปซิอู น.72), โอวิดิอู โฮบัน, มิไฮ ปินติลี – อาเดรียน โปปา (กาเรียล ทอร์เย่ น.82), ฟลอริน อันโดเน่, บ็อกดาน สตานคู